งพวกข้าถือได้ว่าเป็นอันดับหนึ่ง ไม่อย่างนั้น ตอนนั้นที่สำนักศึกษาจะเชิญเจ้ามาสอนพวกข้าหรือ”
ทุกคนหัวเราะเสียงดัง พูดถึงเรื่องตอนนั้น เฟิ่งเยี่ยที่อยู่ข้างๆ ได้ยินก็สงสัย จึงถามขึ้นด้วย ด้วยประการฉะนี้ ตลอดเส้นทางพวกเขาพูดคุยกัน เสียงหัวเราะดังไม่ขาดสาย กระทั่งถึงเขา าอู๋ถง
“บนเขาห้ามเหาะเหิน พวกเราต้องเดินขึ้นไป” เฟิ่งเยี่ยบอก ทำให้เฟิ่งจิ่วสั่งเรือบินให้หยุด
เฟิ่งจิ่วจอดเรือบินไว้ที่ตีนเขา ทุกคนเดินตามเฟิ่งเยี่ยกับจ้าวหยางขึ้นเขา ทว่า ขณะเดินไปได้ครึ่งหนึ่ง ก็มีชายชราเดินมา
“แขกผู้มีเกียรติมาเยือน เสียมารยาทแล้ว”
ชายชราคารวะเซวียนหยวนโม๋เจ๋อและเฟิ่งจิ่ว เขามองทั้งสอง เอ่ยว่า “ข้าเป็นผู้ดูแลของท่านเซียนเทียนซวี ท่านเซียนรู้ว่ามีแขกมาเยือน จึงกำชับให้ข้ามาต้อนรับเป็นพิเศษ ทุกท่า าน เชิญ”
เขาทำท่าผายมือ สายตาหันไปมองทางเฟิ่งเยี่ยกับจ้าวหยางแวบหนึ่ง เฟิ่งเยี่ยเห็นเขาก็อดหัวเราะแห้งไม่ได้ พลางขยับไปหลบข้างหลังเฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วเห็นดังนั้นก็เหลือบมองเฟิ่งเยี่ยที่หลบข้างหลังตนเองแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้เซวียนหยวนโม่เจ๋อเล็กน้อย จากนั้นก็เดินตามชายชราขึ้นเขา
เมื่อขึ้นเขา เฟิ่งเยี่ยสงบเสงี่ยมขึ้นไม่น้อย โดยเฉพาะ