อะไรข้าไม่รู้” ถึงอย่างไรก็อยู่ไกล และไม่เคยเจอกัน แม้จะเคยได้ยินเขาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
“กวนสีหลิ่น พี่ชายบุญธรรมของภูตหมอเฟิ่งจิ่วชื่อกวนสีหลิ่น” ผู้นำตระกูลเฉียวตอบ ดวงตาเป็นประกาย “ได้ยินว่าในมือของเขามีดาบใหญ่หนึ่งเล่ม เป็นอาวุธวิเศษที่หาได้ยากมา าก”
ฟังมาถึงตรงนี้ เฉียวอี้นั่วอึ้งงัน “ท่านพ่อหมายความว่า พี่ชายกวนผู้นี้อาจเป็นกวนสีหลิ่น พี่ชายของภูตหมอเฟิ่งจิ่ว”
“ใช่แล้ว” เขาพยักหน้า “คืนนี้พอได้เจอ พ่อรู้สึกว่าคนคนนี้รัศมีไม่ธรรมดา อีกทั้งยังเป็นผู้ฝึกพลังเร้นลับ ซ้ำยังสามารถสู้กับผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหินมากมายขนาดนั้นด้วย ยตัวเดียว คิดดูแล้ว น่าจะไม่ผิดแน่”
เขาลุกขึ้น เอามือไขว้หลังแล้วกล่าวว่า “ปู่ของเจ้านอนหมดสติตั้งแต่ประสบอันตรายอยู่ข้างนอกในปีนั้น เรื่องนี้ถูกปิดมาตลอด โลกภายนอกไม่มีใครรู้ เขาเป็นเสาหลักของตระกูลเฉีย ยวเรา หากปล่อยให้คนนอกรู้ว่าเขาล้มลง ตระกูลเฉียวของเราจะต้องถูกข่มเหงแน่”
เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนมองเฉียวอี้นั่ว “พ่อเองก็เคยไปขอพบภูตหมอที่หอยาสวรรค์ ขอร้องให้นางมารักษาปู่ของเจ้า เพียงแต่แม้แต่หน้าก็ยังไม่ได้พบ หากวันนี้คุณชายกวนท ที่มาเยือนจวนเฉีย