วของเราเป็นพี่ชายของภูตหมอเฟิ่งจิ่วจริงๆ พวกเราย่อมไม่อาจปล่อยโอกาสดีอย่างนี้ไปง่ายๆ”
เฉียวอี้นั่วฟังจนจบก็ตะลึงค้าง “ท่านปู่หมดสติ? ท่านพ่อ เรื่องนี้ท่านไม่เคยบอกข้าเลย…”
“เรื่องนี้มีแค่ข้ากับอาวุโสในตระกูลรู้กันแค่ไม่กี่คน วันนี้บอกเจ้าก็เพราะมองเห็นความหวังแล้ว”
เฉียวอี้นั่วครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “ข้าจะไปถามที่เรือนทิศเหนือดู หากพี่ชายกวนเป็นพี่ชายของภูตหมอจริงๆ ข้าจะไปขอร้องเขาให้พูดแทนพวกเรา เชิญภูตหมอมาพบพวกเราสักค ครั้ง”
“พ่อไปกับเจ้าด้วย” ผู้นำตระกูลเฉียวเอ่ย ก่อนพยักหน้าให้ลูกชายไปพร้อมกัน
ด้วยประการฉะนี้ สองพ่อลูกจึงมุ่งหน้าไปยังเรือนทิศเหนือ
ในเรือนทิศเหนือ กวนสีหลิ่นที่กลับมาถึงนั่งเล่นอยู่ในลานสวน ปล่อยให้สายลมพัดพาเอาความเมาบนตัวจางไปสักหน่อย ส่วนเยี่ยจิงบิดผ้าเสร็จแล้วก็ส่งให้เช็ดหน้า พลางนั่งลงข้างๆ พูดขึ้นว่า “ทำไมข้ารู้สึกว่าผู้นำตระกูลเฉียวพยายามจะถามว่าเจ้าเป็นใคร”
กวนสีหลิ่นหัวเราะในลำคอ “ไม่ใช่เหมือน เขาอยากรู้ตัวตนของข้าจริงๆ เพียงแต่ไม่สะดวกเอ่ยปากถามตรงๆ” เขาเช็ดหน้าเสร็จ ก็สร่างเมาไม่น้อย
………………………………….