าหยุดข้างโต๊ะ เอ่ยว่า “ที่จริงที่ข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนของคุณชายกลางดึกเช่นนี้ เป็นเพราะมีเรื่องหนึ่งจะถาม”
“นั่งลงเถอะ” กวนสีหลิ่นยิ้ม พยักหน้าให้ทั้งสองนั่งลง
บ่าวรับใช้ที่รออยู่ข้างนอกยกชามาให้พวกเขาแล้วถอยออกไป กระทั่งแม้แต่คนคอยเฝ้าอยู่นอกเรือนก็ไม่มีแล้ว กวนสีหลิ่นที่เหลือบเห็นด้วยหางตาก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้น
“ผู้นำตระกูลเฉียวมีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ”
“ขอบังอาจถาม คุณชายกวนใช่คุณชายกวนสีหลิ่นหรือไม่” เขาถามอย่างตรงไปตรงมา สายตาจับจ้องไปที่กวนสีหลิ่น
กวนสีหลิ่นได้ยินก็ยิ้มๆ “ใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร”
“ขอบอกคุณชายกวนตามตรง ที่จริงผู้แซ่เฉียวมีเรื่องขอร้อง…”
เขาเล่าเรื่องให้ชายที่นั่งอย่างภูมิฐานอยู่ตรงหน้าฟังคร่าวๆ ก่อนจะเอ่ยปิดท้ายว่า “เพราะข้าเองก็เคยไปที่หอยาสวรรค์ เพียงแต่ไม่มีโอกาสได้พบภูตหมอเพื่อขอร้องนางมารักษาท่ านพ่อสักที ฉะนั้นวันนี้ได้พบคุณชายกวนที่นี่ และสะดุดตากับบุคลิกอันสง่างามของคุณชาย จึงคิดว่าคุณชายอาจเป็นกวนสีหลิ่น พี่ชายบุญธรรมของภูตหมอ
เขาลุกขึ้นสะบัดชายเสื้อคลุม ทิ้งตัวคุกเข่าให้กวนสีหลิ่น “คุณชายกวน ได้โปรดเห็นใจหัวอกคนเป็นลูก และเห็นใจข้าในฐานะผู้นำตระกูลของ