“พวกเราเดินไปหรือขี่สัตว์ร้ายไป” พูดจบ กลับเดินมาหยุดข้างอสูรกลืนเมฆาแล้วลูบขนของมัน “ข้าอยากขี่อสูรกลืนเมฆามาก”
“อย่างนั้นก็ขึ้นมาเถอะ!” อสูรกลืนเมฆาเอ่ย หมอบตัวต่ำให้เขาขึ้นมา สำหรับคนของตระกูลเฟิ่ง มันสามารถปฏิบัติอย่างแตกต่างจากคนอื่นได้
“เย้! ดีจริงๆ!” เขากระโดดขึ้นไปขี่หลังอสูรกลืนเมฆาด้วยความตื่นเต้น จากนั้นก็หันไปพูดกับจ้าวหยาง “หยางหยาง เจ้าก็ขี่เหล่าไป๋เถอะ!”
จ้าวหยางส่ายหัว “ข้าจะเดิน”
“อย่างนั้นก็เดินไปกับข้าก็แล้วกัน!” หนิงหลางยิ้ม พาพวกเขาเดินไปที่ภูเขาด้านหลัง
ขณะเดียวกันบนถนนภูเขาที่อยู่ห่างจากสำนักดาราจักรค่อนข้างไกล กวนสีหลิ่นพาเยี่ยจิงนั่งกินอาหารที่ใต้ต้นไม้ “ข้าได้ยินว่าผู้ฝึกวิชามารของเผ่ามารต่างถอยทัพไปหมดแล้ว หนำซ้ำยังได้ยินว่าตอนนั้นมีชายไว้หนวดคนหนึ่งปรากฎตัวด้วย จากที่ได้ยินคนพวกนั้นคุยกัน เป็นไปได้มากว่าจะเป็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อ”
เยี่ยจิงเอ่ยว่า “หากมีเขาอยู่ คนของเผ่ามารทำอะไรเฟิ่งจิ่วไม่ได้แน่”
“ตอนแรกข้าก็ยังเป็นห่วงอยู่ กลับนึกไม่ถึงว่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อจะกลับมาทันเวลา หนำซ้ำยังทำให้เจ้าแห่งมารบาดเจ็บได้ด้วย”
………………………………….