กลับไม่อาจขยับตัวได้สักนิดเมื่อตกอยู่ภายใต้แรงกดดันของเจ้าแห่งมาร หัวใจของเขาตะลึงพรึงเพริด สมแล้วที่เป็นเจ้าแห่งมารของเผ่ามาร พลังของเขาเหนือ อกว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ไปไกลมาก
แม้ว่าตอนนี้มีเหล่าผู้ฝึกตนหลายคนคอยคุ้มกันสำนักดาราจักรอยู่ แต่ขอเพียงอีกฝ่ายกมีใจจะทำลาย ด้วยระดับวรยุทธ์ของเขา แม้จะมีผู้ฝึกตนอย่างพวกเขามาช่วยอีกกลุ่มก็เกรงว่าจะ ะไม่อาจหยุดยั้งเจ้าแห่งมารไม่ให้ทำลายสำนักเซียนได้
ครั้นเห็นชางฉิงถูกหงส์ไฟช่วยให้หลบการโจมตีถึงชีวิตครั้งนั้นได้ เฟิ่งจิ่วลอบถอนหายใจ นัยน์ตาสุกใสจับจ้องไปที่ชางฉิง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “เจ้าไม่ต้องเข้ามา คนอื่นล้ วนไม่ต้องเข้ามา พวกเจ้าล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
เธอรู้ดี ไม่ว่าใครเข้ามาก็ล้วนเหมือนกัน เหล่าผู้ฝึกเซียนของเธอไม่ได้มีพลังมากพอจะสู้กับเจ้าแห่งมารได้ หากเข้ามาช่วย เดาว่ามีแต่จะต้องพบกับจุดจบแห่งความตายเท่านั้น
“แค่ผู้ฝึกตนธรรมดาคนหนึ่ง เจ้าก็เป็นห่วงความเป็นความตายของเขาขนาดนี้เชียว?” เจ้าแห่งมารได้ยินคำพูดของเฟิ่ง และเห็นท่าทางเป็นห่วงของเธอ จึงมองเธออย่างประหลาดใจ นัยน์ตาสี เลือดมีประกายมืดหม่นพาดผ่าน สีหน้าแปลกๆ ไม่รู้กำลังคิดสิ่งใดอยู่