ต่อสู้ดังแว่วมาจากข้างหน้า เขาย่องเท้าเบาๆ โฉบร่างไปสำรวจข้างหน้านั่น เมื่อเ เห็นเงาร่างสีเขียวอันคุ้นเคยนั่น รอยยิ้มแห่งความดีใจพลันยกยิ้มไปทั่วใบหน้าทันที
“เฟิ่งจิ่ว! ดีเหลือเกินที่เจ้าอยู่ที่นี่! ข้าหาเจ้าอยู่ตั้งนาน” เขารีบสาวเท้าวิ่งเข้าไป พลางช่วยจัดการเหล่า ผู้ฝึกวิชามารที่ล้อมโจมตีพวกเขาไปด้วย รวดเร็วดุจผีสาง รวดเร็วจนทำให้คนเหลือเชื่อ
ได้ยินเสียงของตาเฒ่า เฟิ่งจิ่วหันกลับไปมอง เห็นเขาโฉบเข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้า สังหารผู้ฝึกวิชามารพวกนั้น นในพริบตา ศพแต่ละศพล้มลงไปหลังจากเลือดกระฉูดกลางอากาศ
เธอยักคิ้วมองเขา “ท่านมาได้อย่างไร”
“เจ้ายังมีหน้ามาถามข้าอีก! เจ้ายังไม่รู้สินะว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว! คนของเผ่ามารล้อมสำนักไว้จนมิดแล้ว ตอนแร รกข้าได้ยินว่าเจ้าอยู่ในป่า แต่รออยู่นอกสำนักนานแล้วก็ยังไม่เห็นเจ้าไปเสียที จึงได้เข้ามาตามหาเจ้าในป่า แต่ นึกไม่ถึงพอเข้ามาในป่าก็เจอผู้ฝึกวิชามารซุ่มโจมตี”
เขาถลึงตาทำหน้าตาโมโห ยกมือขึ้นลูบหนวด ทว่ามือหนักไปหน่อย เขาจึงสูดปากด้วยความเจ็บปวด
………………………………….