มีค่ายกลด้วย
“อาจารย์อา ข้ากับศิษย์น้องสามจะไปดูเอง” ศิษย์คนหนึ่งเสนอตัว ทำท่าจะพาชายอีกคนไปทางนั้น
“ระวังตัวด้วย” ชายวัยกลางคนเอ่ย พอนึกถึงเด็กหนุ่มบนต้นไม้ขึ้นมาได้ หมายจะพูดอะไรบางอย่าง กลับเห็นเขากระโดดลงมาจากบนต้นไม้
เฟิ่งจิ่วกระโดดลงมา ยืนอยู่ใต้ต้นไม้อย่างมั่นคง เรียกศิษย์สองคนนั้นไว้ “ไม่ต้องไปแล้ว ข้างหน้านั้นมีค่ายกล คนที่ติดอยู่ในค่ายกลก็ต้องเป็นผู้ฝึกวิชามารแน่นอน”
พอได้ฟังพวกเขาก็ตะลึง หันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง ชายวัยกลางคนถามด้วยความแปลกใจ “คุณชายรู้ได้อย่างไร ว่าคนที่ติดอยู่ในค่ายกลเป็นผู้ฝึกวิชามาร”
“ข้าเพิ่งมาจากทางนั้น ค่ายกลที่ถูกวางไว้ทางนั้นเป็นค่ายกลขังมาร มีเพียงคนที่มีไอมารเข้าไปแล้วเท่านั้นถึงจะทำให้ค่ายกลทำงาน ตอนนี้ค่ายกลทำงานแล้ว เห็นได้ชัดว่าคนที่ติดอยู่ในค่ายกลจะต้องเป็นผู้ฝึกวิชามารอย่างแน่นอน” เธออธิบายอย่างใจเย็น ลอบคิดในใจ รู้อย่างนี้แต่แรก ค่ายกลแถบนี้เธอวางเป็นค่ายกลขังมารทั้งหมดก็ดีแล้ว
………………………………….