จ้าวหยางขมวดคิ้ว “แต่ว่า…” เขายังคงกังวลอยู่
“เด็กอย่างพวกเราสองคนน่าจะเป็นเป้าหมายที่เล็กกว่า แม้เป็นผู้ฝึกวิชามารก็เดาว่าคงไม่สนใจพวกเรา เจ้าคิดว่า อย่างไร” เฟิ่งเยี่ยพูดอย่างกระตือรือร้น
จ้าวหยางถอนหายใจอย่างเอือมระอา “ก็ได้! ท่านตัดสินใจเถอะ” เขาคัดค้านไปก็ไม่มีความหมาย ในเมื่อเฟิ่งเยี่ยตัดสินใจ จแล้ว ก็ทำตามเขาก็แล้วกัน!
“ได้” รอยยิ้มกระจายทั่วดวงหน้าน้อยๆ อันประณีตของเฟิ่งเยี่ยราวกับดอกไม้บาน เขาหันไปมองเหล่าทหารรับจ้างที่ก กำลังกินข้าวอยู่ด้านหนึ่ง ฉีกยิ้มกว้างและหัวเราะอย่างมีความสุข
สวีเหยียนเห็นเฟิ่งเยี่ยจ้องพวกเขาแล้วยิ้ม ก็อดหันไปมองเขาอย่างประหลาดใจไม่ได้ เห็นเขาสาวเท้าสั้นๆ เดินมา จึงถามว่า “คุณชายน้อย มีอะไรหรือ”
“อืมๆ ท่านลุงสวี พวกเราอยากจะไปผสมโรงที่สำนักดาราจักร ฉะนั้นพวกท่านส่งพวกเราถึงที่นี่ก็พอแล้ว” ขณะเอ่ย เขา หยิบถุงผ้าใส่เหรียญเงินจากห้วงมิติออกมาวางบนโต๊ะ “นี่คือค่าจ้างที่เหลือ พวกท่านกลับไปก่อนเถอะ!”
ได้ฟังอย่างนั้น สวีเหยียนกลับขมวดคิ้ว ทำหน้าไม่เห็นด้วย “พวกเจ้าจะไปสำนักดาราจักร?”
………………………………….