ามรู้สึก เห็นเพียงนัยน์ตาของนางสาดฉายแววเหนียมอาย ดวงหน้าแดงผ่าวเหมือนมีชั้นเมฆสีแดงเคลือบบางๆ ชั้ นเมฆสีแดงนั่นทำให้นางที่งดงามอยู่แล้วยิ่งดูน่าดึงดูด ทำให้เขาเผลอพูดออกไป “อาจิง เจ้าช่างงามนัก”
ได้ยินคำพูดนั้น เยี่ยจิงเผยท่าทีเหนียมอายเหมือนสาวน้อยอย่างหาได้ยาก นัยน์ตางามจ้องค้อนเขา “อย่าพูด ระวังข้ าจะบาดเจ้าเข้าให้”
“ได้” เขาปิดปาก ทว่ากลีบปากกลับหยักยกขึ้นอย่างมีความสุข ดวงตาจับจ้องตรงไปที่นาง
ถูกเขาจ้องตรงๆ เช่นนี้ เยี่ยจิงอดประหม่าไม่ได้ นางขบเม้มกลีบปากเบาๆ เอ่ยอย่างขัดเขิน “เจ้าหลับตา”
“ไม่” กวนสีหลิ่นปฏิเสธทันที ยิ้มเอ่ยว่า “อุตส่าห์มีโอกาสได้จ้องเจ้าใกล้ๆ อย่างนี้ทั้งที ข้าไม่หลับตาหรอก”
“จะ เจ้ามันปลิ้นปล้อน” นางไม่คิดว่าเขาที่เป็นคนแข็งกร้าวและดุดันมาตลอดจะมีด้านนี้ด้วย ลึกๆ ข้างในทั้งดีใจแ และขวยเขิน
กวนสีหลิ่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของเขาฟังดูมีเสน่ห์ ฟังรื่นหูยิ่งนัก “เจ้าพูดมาสิ ข้าปลิ้นปล้อนตร รงไหน”
………………………………….