หมือน แต่บุคลิกกลับเหมือนมากนะ!”
“น่าจะใช่แล้วละ แค่โดนหนวดเท่านั้น นึกไม่ถึงว่าจะยังหนุ่มขนาดนี้!”
ฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มาจากรอบข้าง เยี่ยจิงเม้มปากกลั้นหัวเราะ “โกนหนวดแล้วเหมือนกลายเป็นคนละคนอย่างนั้น”
“หึๆๆ ข้าไม่โกนหนวด เจ้าก็จำข้าได้ไม่ใช่หรือ” กวนสีหลิ่นหัวเราะในลำคอ จูงมือนางเดินซื้ออาหารแห้งบนถนน
“พวกเราจะไปเมืองร้อยนทีใช่หรือไม่” เยี่ยจิงถาม
กวนสีหลิ่นตอบว่า “ไม่ไปเมืองร้อยนที พวกเราจะไปสำนักดาราจักร ได้ยินว่าเสี่ยวจิ่วก็น่าจะไปที่นั่นเหมือนกัน ข้ าอยากรีบไปช่วยนาง”
เยี่ยจิงพยักหน้า ขี่กระบี่บินไปพร้อมกับเขา เปลี่ยนเป้าหมายจากไปเมืองร้อยนที ไปยังสำนักดาราจักรแทน…
ในอีกด้านหนึ่ง พวกเฟิ่งเยี่ยที่มาพักในเมืองได้หนึ่งคืนได้ยินเสียงพูดคุยกันในหอสุรา ฟังบทสนทนาเหล่านั้นแล ล้ว เสี่ยวเฟิ่งเยี่ยยกมือเท้าคางทำท่าทางครุ่นคิด
หลานสาวของเขาเผชิญหน้ากับเผ่ามารแล้วหรือ อย่างนั้นนางจะยังอยู่ที่หอยาสวรรค์เมืองร้อยนทีอีกหรือไม่ หากเขา าไปเมืองรอยนที แล้วนางไม่อยู่ที่นั่นเล่า
จะเปลี่ยนเส้นทางไปสำนักดาราจักรดีหรือไม่ เขาครุ่นคิด แต่สุดท้ายก็คิดว่าช่างเถอะ เขาเป็นเด็กมีกำลังไม่พอ จะไป ปเพิ่มความลำบากไม่ได้