“เยี่ยจิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” กวนสีหลิ่นถาม แววตามีสติแจ่มชัด น้ำเสียงทุ้มต่ำ หลงเหลือคราบผีขี้เมาเสียที่ไหน
เยี่ยจิงอ้าปาก แต่กลับพูดไม่ออก ทำได้เพียงจ้องเขาด้วยสายตาดีใจ
กวนสีหลิ่นขมวดคิ้ว พลางแก้ปมเชือกที่มัดไว้ข้างหลังนาง พลางถามว่า “ถูกสกัดจุดลมปราณหรือ” พอเห็นเยี่ยจิงพยักหน้า เขารวมพลังเร้นลับไว้กลางฝ่ามือ สะกิดที่ร่างกายของนางสองที เพื่อคลายจุดลมปราณให้นาง
“อึก!” เยี่ยจิงครางในลำคอ ก่อนเอ่ยว่า “พวกเขาผนึกพลังวิญญาณของข้า”
“ไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวข้าปลดผนึกให้เจ้าเอง เจ้ารออยู่นี่ก่อน ข้าไปจัดการพวกนั้น” เขาดันนางไปอยู่ข้างหลัง พยักหน้าให้นางไปยืนอยู่ด้านหนึ่ง
“เจ้าระวังหน่อย คนที่เป็นหัวหน้ามีวรยุทธ์อยู่ในระดับเซียนเหิน” ตอนนี้นางไม่รู้ว่ากวนสีหลิ่นแข็งแกร่งขนาดไหน ด้วยเหตุนี้ จึงอดเป็นห่วงไม่ได้
“อืม ข้ารู้”
กวนสีหลิ่นรับคำ เผยรอยยิ้มปลอบโยน ทว่าเมื่อเขาหันไปมองทางทหารรับจ้างเหล่านั้น แววตาดุดันกระหายเลือดกลับปรากฏอย่างชัดเจน
“ที่แท้ก็คนรักเก่า? อย่างนั้นก็อย่าโทษพวกเราที่ต้องฆ่าเจ้าก็แล้วกัน!” ทหารรับจ้างเก้าคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ชั่วพริบตา คนเก้าคนพุ่งโฉบเข้ามา การโจมตีอัน