าหรือ” ดวงหน้าประณีตของเขาเผยยิ้มไร้เดียงสา ดวงตาหงส์ยิ้มหยี มองชายฉกรรจ์ร่างกายกำยำล่ำสันที่อยู่ข้างกาย
ได้ยินอย่างนั้น คนของกลุ่มทหารรับจ้างสายฟ้าภาคีนิ่งอึ้งเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอ สวีเหยียนเองก็หัวเราะเช่นกัน “ตอนแรกข้านึกว่าพวกเจ้าจะเดินเท้า! ในเมื่อเป็นอย่างนี้ อย่างนั้นพวกข้าขี่อาวุธบินพาพวกเจ้าไปก็แล้วกัน! บางทีเพียงครึ่งเดือนก็อาจถึงเมืองร้อยนทีแล้ว”
“ดี” เฟิ่งเยี่ยรับคำ หันไปมองจ้าวหยาง พูดอะไรกับเขาเล็กน้อย จากนั้นก็ขึ้นไปเหยียบบนกระบี่บินของสวีเหยียน ยืนอยู่ข้างกายของเขา
จ้าวหยางเองก็ถูกทหารรับจ้างคนหนึ่งพาขึ้นไป คนอื่นๆ ต่างขี่อาวุธบินตามหลังมา และแล้วพวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังเมืองร้อยนที…
ในอีกด้านหนึ่ง กวนสีหลิ่นที่บุกป่าฝ่าไพรหนีออกจากป่าผืนนั้นได้ในสภาพสะบักสะบอมไปทั้งตัว เพียงแต่ หลังออกจากป่าผืนนั้นและข้ามภูเขามาหลายลูก ตลอดทางพบคนน้อยมาก ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ใด
บาดแผลบางจุดเริ่มตกสะเก็ด ผมเผ้ายุ่งเหยิง หนวดยาวเฟื้อยปกคลุมใบหน้าเพราะไม่ได้โกนมานาน เสื้อผ้าบนตัวขาดวิ่น หากไม่ใช่ดาบใหญ่ในมือของเขายังคงส่องประกายเย็นเยียบ เต็มไปด้วยไอสังหาร สภาพเขาตอนนี้ดูเหมือนคนป่าท