าก หลังจากพักผ่อนเต็มที่ เช้าตรู่วันต่อมาทั้งสองก็ลุกจากเตียงเตรียมตัวออกเด ดินทางต่อ
ออกมาถึงข้างนอกเห็นชายฉกรรจ์ย่างเกี๊ยวกินอยู่ ทั้งสองนั่งลงข้างโต๊ะ หยิบขึ้นมากินคนละชิ้น
ชายฉกรรจ์มองทั้งสอง ถามว่า “คุณชายน้อย พวกเจ้าจะไปเมื่อใด”
“อีกเดี๋ยวก็ไปแล้ว” เฟิ่งเยี่ยตอบ กัดเกี๊ยวหนึ่งคำ กลืนลงไปแล้วถามว่า “ท่านลุง ที่นี่อยู่ห่างจากตลาดไกลห หรือไม่”
“ไม่ไกลแล้ว หากพวกเจ้ากินเสร็จแล้วจะไป เดาว่าประมาณเที่ยงก็ถึงตลาดแล้ว” ชายฉกรรจ์หยิบเกี๊ยวขึ้นมากินอีกหนึ งชิ้น ไม่ลืมที่จะเอ่ย “คุณชายน้อย เจ้าเคยบอกแล้วนะว่าจะจ่ายเงินให้ข้า”
“อืม ข้าไม่ลืม” เฟิ่งเยี่ยยื่นเหรียญเงินเหรียญหนึ่งที่เตรียมไว้ให้เขา “นี่ให้ท่าน”
เห็นว่าเป็นเหรียญเงินหนึ่งเหรียญ ชายฉกรรจ์ตาเป็นประกาย ยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่ว่าสองคนนี้เป็นลูกหลานตระกูลผู้ด ดี ไม่อย่างนั้น เด็กธรรมดาที่ไหนจะเอาเหรียญเงินออกมาได้ง่ายๆ อย่างนี้
เขาฉีกยิ้มกว้าง ตาเล็กหยี “ดีๆๆ เกี๊ยวย่างนี้พวกเจ้ากินเต็มที่ ไม่พอก็ยังมีอีก ข้าไปย่างให้พวกเจ้าอีก” เอ่ยจบ ก็เก็บเหรียญเงินอย่างมีความสุข
ดวงหน้าเยาว์วัยงดงามของเฟิ่งเยี่ยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ เอ่ยกับชายฉกรรจ์ว่า