่เปลี่ยน โดยเฉพาะเมื่อเขาพูดคำว่าหลานสาวด้วยน้ำเสียงเยาว์วัย ความรู้สึกแปลกๆ นั่นยิ่งเด่นชัดขึ้น
จ้าวหยางที่อายุมากกว่าเขาไม่กี่ปีมีท่าทางของเด็กหนุ่มแล้ว เขาแบกกระบี่หนึ่งเล่มไว้ข้างหลัง สวมเสื้อผ้าสีเขียวไม่สะดุดตา ในร้องเท้าหนังข้อยาวยังซ่อนดาบสั้นไว้อีกหนึ่งเล่ม
ทั้งสองแอบหนีลงจากเขามาเงียบๆ ก็เพื่อจะไปตามหาเฟิ่งจิ่วนั่นเอง
“ข้าได้ยินศิษย์พี่คนหนึ่งบอกว่า องค์หญิงอยู่ที่หอยาสวรรค์เมืองร้อยนที ขอเพียงพวกเราไปถึงที่นั่น ก็น่าจะหานางเจอแล้ว” จ้าวหยางตอบ ท่าทางเหมือนหนุ่มน้อยที่เริ่มมีความห้าวหาญ เทียบกับเฟิ่งเยี่ยที่เหมือนไม่ค่อยเข้าใจโลก เขาดูโตกว่าเล็กน้อย
“หยางๆ เจ้าว่าหลานสาวของข้ายังจำพวกเราได้หรือไม่ หากนางจำพวกเราไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร” เฟิ่งจิ่วขมวดดวงหน้าน้อยๆ ถามด้วยความกังวล
“องค์หญิงต้องจำได้แน่” จ้าวหยางตอบคำ ยังคงระวังความเคลื่อนไหวรอบข้าง ดวงหน้าน้อยๆ จริงจังขึงขัง ไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย
“หยางหยาง พวกเราเดินมานานเท่าไรแล้ว เดินจนข้าเหนื่อยแล้ว ถ้าอย่างไร พวกเราใช้อาวุธบินกันเถอะ!” เฟิ่งเยี่ยเสนอ ดึงแขนเสื้อของหยางหยาง
“ไม่ได้” จ้าวหยางปฏิเสธ “พวกเราสองคนเป็นแค่เด็ก ข้างกายไร้