แล้ว ก็ไม่แ แน่ว่าจะจดจำคำพูดของคนที่ตายไปแล้วไว้ในใจ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะดูแลพวกเขาถึงขนาดนี้
จัวจวินเยวี่ยไม่พูดอะไร เพียงช่วยเขาเอาขากางเกงลง
ตาเฒ่าที่อยู่ด้านหนึ่งกลับยิ้มบอกว่า “ก็นั่นสิ ถึงแม้ว่าแม่หนูคนนี้จะนิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบาย ทำอะไรตามอารมณ์ แต่นิสัยใจคอเช่นนี้ของนางกลับว่าไม่ได้จริงๆ”
“รอวันใดที่ขาของข้าเดินได้แล้ว ข้าจะต้องตอบแทนพี่สาวเฟิ่งอย่างแน่นอน” จัวจวินหยางเอ่ย น้ำเสียงมุ่งมั่น
“ฮะๆ” ตาเฒ่าลูบหนวดหัวเราะเบาๆ เหล่มองเขาแวบหนึ่ง หยอกล้อว่า “เจ้าน่ะ! ไม่ต้องคิดถึงเรื่องนี้แล้ว ข้างกายแ แม่หนูเฟิ่งมีคนมากมาย ไม่ขาดคนอย่างเจ้าหรอก”
พวกเขาสามคนพูดคุยสัพเพเหระกันอยู่ในเรือน ในอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วเข้าห้องกลั่นยาเพื่อกลั่นยาและผสมยาให้ กับจัวจวินหยางแล้ว เพราะขาของเขาไม่ได้เพิ่งมีอาการอย่างนี้ อยากจะรักษาให้หายก็ต้องใช้เวลา และการควบคุมป ประสิทธิภาพของยาก็ต้องทำอย่างมั่นใจมากด้วย
และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใดหลังจากที่ยาครบแล้ว เธอยังต้องรอเขามาถึงที่นี่ก่อนแล้วค่อยกลั่นยาให้เขาน นั่นเอง