อีก ปากก็เปล่งเสียงร้องหงิงๆ
เหลิ่งซวงนั้นยืนมองอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนน่าหลันโม่เฉินกับฮุ่นหยวนจื่อนั่งดื่มสุราอยู่ที่โต๊ะ พูดคุยสัพเพเหระไปเรื่อยเปื่อย
ตอนที่เฟิ่งจิ่วกลับมา ท้องฟ้าก็มืดแล้ว
พอเธอมาถึงที่ลานบ้าน สุราอาหารก็จัดวางไว้พร้อมหมดแล้ว เห็นน่าหลันโม่เฉินกับตาเฒ่ากำลังพูดคุยกันอย่างออกรส เธอยิ้มๆ สาวเดินเข้าไปหา “นี่ท่านรู้ว่าข้ากลับมาก็เลยมาหรือ”
น่าหลันโม่เฉินหันมองเธอ สายตาจับจ้องไปที่เธอครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มอย่างอ่อนโยน “อยากเจอเจ้าสักครั้งก็ยาก ข้ามารออยู่ที่นี่แต่เช้าแล้ว”
เธอเดินมานั่ง เหลิ่งซวงรินสุราให้เธอ จากนั้นก็ถอยไปยืนด้านหนึ่ง
“เพิ่งกลับมา กำชับเรื่องงานในหอยาสวรรค์ประเดี๋ยวก็ค่ำแล้ว” เธอหยิบตะเกียบมาคีบอาหาร เอ่ยว่า “กินไปด้วย คุยไปด้วย ข้ามีเรื่องจะบอกพวกท่าน”
บนโต๊ะ พวกเขากินไปด้วย ดื่มสุราไปด้วย เฟิ่งจิ่วก็เล่าเรื่องที่ตอนนี้กวนสีหลิ่นถูกขังไว้ในเผ่ามารให้พวกเขาฟัง
ได้ยินเฟิ่งจิ่วเล่า ทั้งสองตะลึงเล็กน้อย “เจ้าสืบมาได้อย่างไร เผ่ามารไม่ใช่กลุ่มอำนาจทั่วไป ผู้ฝึกเซียนทั่วไปมีไม่กี่คนที่เข้าไปได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะสืบข่าวจากข้างในมาได้”
“ข้าย่อมมีวิธี” เธ