ช่วย ไม่ นานสถานการณ์ก็พลิกผัน ชายชุดดำที่เหลือกันอยู่เพียงไม่กี่คนเริ่มสู้ไม่ได้ ครั้นเห็นท่าไม่ดี จึงตะโกนสั่งให้ ล่าถอย คนที่เหลือจึงรีบแยกย้ายกันหนีไป
หลังผ่านพ้นอันตราย ชายชราคารวะพวกเฟิ่งจิ่วด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล “ขอบคุณผู้มีพระคุณทุกท่านที่ช่วยเหล ลือ” องครักษ์ที่เหลือเพียงสองคนก็ยืนอยู่ข้างหลังชายชรา และคารวะพวกเขาด้วย
“ขอบคุณผู้มีพระคุณ” เด็กสองคนกลับคุกเข่าเพื่อคารวะ เพราะพวกเขาเองก็รู้ว่าหากไม่ได้พวกเฟิ่งจิ่วช่วย พวกเขา าคงไม่รอดแล้ว
“ข้าเองก็ไม่ได้ทำเพื่อช่วยพวกเจ้า แค่โดนปลุกตื่นเท่านั้น” เฟิ่งจิ่วเอ่ย อุ้มเด็กน้อยลุกขึ้นยืน สาวเดินลงไ ไปข้างล่าง ตั้งใจจะกลับห้องไปนอนต่อ
ฝาแฝดคู่นั้นอึ้งงัน คล้ายทำตัวไม่ถูก
ชายชราที่อยู่ข้างล่างเห็นพวกเขาสามคนหมุนตัวเดินกลับห้อง อ้าปากทำท่าจะพูด เพียงแต่สุดท้ายกลับไม่ได้พูดอะไร รออกมา แค่ยืนมองพวกเขาหายลับไปจากครรลองสายตา สุดท้าย ก็บอกให้เด็กทั้งสองคนลงมา
“ทำแผลก่อน” ชายชราหันไปสั่งองครักษ์สองคนนั้น ก่อนจะกวาดมองศพที่เกลื่อนเต็มพื้นแวบหนึ่ง แล้วสั่งให้พวกเขา สองคนทำความสะอาดให้เรียบร้อย จากนั้นจึงค่อยพาฝาแฝดคู่นั้นเข้าโรงเตี๊ยมไป
“