อยู่เหนือกว่าข้าแน่นอน” บรรพจารย์ตระกูลหลัวเอ่ยเสียงขรึม จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงเอามือไขว้หลังเดินไป
ส่วนผู้อาวุโสใหญ่ที่ได้ยินเขาพูดอย่างนั้น รู้สึกเพียงหลังชุ่มไปด้วยเหงื่อ ในใจเกิดคลื่นความกลัว…
ในอีกด้านหนึ่ง พวกเฟิ่งจิ่วหลังจากที่ออกมาจากตระกูลหลัว ค้างคืนในป่าหนึ่งคืน เช้าตรู่วันต่อมาเมื่อฟ้าสาง พวกเขาก็ขี่กระบี่บินไปจากพื้นที่บริเวณนี้ มุ่งหน้ากลับบ้าน
หัวค่ำของวันนี้ พวกเขามาถึงเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง ตั้งใจจะหาที่พัก หลังจากเข้ามาในเมือง เฟิ่งจิ่วเอ่ยกับทั้งสองว่า “พวกท่านไปหาโรงเตี๊ยมก่อน ข้าไปดูในตลาดหน่อยว่าพอจะมีอะไรที่ห้าวเอ๋อร์กินได้บ้างหรือไม่”
“ได้ พวกข้าเลือกที่ใกล้ที่นี่ที่สุดก็แล้วกัน เจ้าเสร็จแล้วก็ตามมา” ตาเฒ่าว่า ก่อนจะเดินไปที่โรงเตี๊ยมพร้อมกับจัวจวินเยวี่ย
เฟิ่งจิ่วที่อุ้มเด็กทารกเดินไปทางตลาดดึงดูดสายตาสงสัยจากผู้คนรอบข้างไม่น้อย ในสถานที่นี้ ชายหนุ่มอุ้มเด็กทารกออกจากบ้านนั้นค่อนข้างพบเห็นได้น้อย โดยเฉพาะยังเป็นผู้ชายที่สวยกว่าผู้หญิงหลายส่วนอย่างนี้แล้วด้วย
“เจ้าว่าผู้ชายคนนี้เป็นผู้หญิงที่แต่งตัวเป็นผู้ชาย? มีชายชาตรีที่ไหนหน้าตางดงามเช่นนี้ ซ้ำยังอุ้มเด็กทารกด้วย!”