เขาเอ่ยอย่างกระตือรือร้น กวักมือเรียกเสี่ยวเอ้อร์
ไม่นาน สุราอาหารถูกยกมาพร้อมกัน แม้แต่นมแพะร้อนก็ถูกยกมาด้วย เฟิ่งจิ่วป้อนเด็กก่อน จากนั้นก็ให้เสี่ยวเอ้อร์ยกเก้าอี้สองตัวมาวางต่อกัน แล้ววางเด็กให้นอนบนเก้าอี้
พวกเขานั่งกินข้าวและพูดคุยสัพเพเหระกันอยู่ที่นี่ครู่หนึ่ง กระทั่งฟ้าเริ่มมืด พวกเขาจึงค่อยไปหาโรงเตี๊ยมในเมืองเพื่อพักผ่อน ทว่าหลังเวลาเที่ยงคืน ทั้งสามคนในห้องที่กำลังหลับสบายกลับได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่ไม่ค่อยปกติดังมารางๆ
เฟิ่งจิ่วกับห้าวเอ๋อร์นอนห้องเดียวกัน ตาเฒ่ากับจัวจวินเยวี่ยนอนห้องเดียวกัน พอได้ยินเสียง จัวจวินเยวี่ยจึงถาม “ออกไปดูหน่อยหรือไม่”
ตาเฒ่านอนอยู่บนเตียงด้านขวา ได้ยินจัวจวินเยวี่ยถาม เขาพลิกตัวโดยไม่ลืมตา ตอบว่า “เจ้าคิดว่านางเหมือนเจ้าหรือ ที่ปกป้องไม่ได้แม้กระทั่งตนเอง? นอนเถอะ! ถึงอย่างไรคนพวกนั้นก็ไม่ได้มาหาพวกเรา ไม่ต้องยุ่งไม่เข้าเรื่อง”
จัวจวินเยวี่ยชะงักไปเล็กน้อย ดึงผ้าห่มขึ้นสูง เพียงแต่ ขณะฟังเสียงเคลื่อนไหวนั้น กลับนอนไม่หลับ
………………………………….