ป ไปเอายาที่พวกเขาต้องการมาให้ที่เรือนหน้า!” บรรพจารย์ตระกูลหลัวเอ่ย ก่อนจะหันไปพูดกับพวกเขา “ข้าพาพวก เจ้าไปเด็กยาทิพย์สิบอย่างในสวนร้อยโอสถก็แล้วกัน!”
“ต้องอย่างนี้สิ ทำอย่างนี้แต่แรกก็หมดเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ” ตาเฒ่าลูบหนวดอย่างพอใจ หันไปมองเฟิ่งจิ่วกับจัวจ จวินเยวี่ยที่อยู่ด้านหนึ่ง
สายตาของบรรพจารย์ตระกูลหลัวมองผ่านจัวจวินเยวี่ย หยุดจ้องที่เฟิ่งจิ่ว ถามว่า “ยังไม่ทราบว่าท่านชื่ออะไร” ” เขาเป็นใครมาจากไหน หรือหลายปีที่เขาไม่ได้ออกไป คนหนุ่มสาวข้างนอกล้วนแข็งแกร่งจนน่ากลัวขนาดนี้แล้วหรือ
เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก มองบรรพจารย์ตระกูลหลัว เอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบช้า “เฟิ่งจิ่ว”
เฟิ่งจิ่ว? ไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลย แต่วันหลังต้องสั่งให้คนไปสืบประวัติของเฟิ่งจิ่วผู้นี้ว่าเป็นผู้แข็งแกร่ง งมาจากที่ใดกันแน่
เขาพยักหน้า ทำท่าผายมือให้พวกเขา “ทุกท่าน เชิญทางนี้”
มีเขานำทางไปยังสวนร้อยโอสถของตระกูลหลัวด้วยตนเอง คนของตระกูลหลัวไม่กล้าพูดมาก เพียงหวังว่าพวกเขาจะไม่รู้จ จักยาทิพย์ ไม่รู้จักสมุนไพรล้ำค่าเหล่านั้นที่พวกเขาปลูกไว้ในสวน
ทว่าหลังจากที่เฟิ่งจิ่วก้าวเท้าเข้าไปในสวน และเดินวนในนั้นอย่างไม่เร่งรีบ สา