มด้วยสีหน้าดำคล้ำ “เจ้าก็คือผู้นำตระกูลหลัว”
ผู้นำตระกูลหลัวจ้องมองชายชราตรงหน้า เห็นว่าเขาไม่มีอะไรพิเศษแต่อย่างใด แต่ชายชราอย่างนี้กลับไม่เกรงกลัวแรงกดดันของเขา เห็นได้ว่าพลังของเขาต้องไม่ต่ำแน่นอน ด้วยเหตุนี้ เขาสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะถามเสียงนุ่มนวล “ท่านเป็นใคร เหตุใดต้องมาก่อเรื่องในจวนหลัวของข้า”
“เป็นใคร” ตาเฒ่าสะบัดเสียง เอ่ยอย่างถากถาง “เจ้าไม่รู้ว่าข้าเป็นใครงั้นหรือ อย่างนั้นจัวจวินเยวี่ยเล่า รู้หรือไม่ว่าเป็นใคร”
ได้ยินอย่างนั้น ผู้นำตระกูลหลัวหนังตากระตุก จัวจวินเยวี่ย เขาย่อมรู้จักคนคนนี้ นั่นเป็นเขยที่ลูกสาวของเขาหมายปอง เขาตั้งใจจะให้พวกเขาสองคนแต่งงานกันในวันพรุ่งนี้แล้ว
นึกถึงว่าในจวนยังมีแขก กอปรกับพลังของชายชราลึกล้ำยากหยั่งถึง เขาครุ่นคิด เอ่ยว่า “ไม่สู้นั่งคุยกันดีๆ”
“คุย มีอะไรให้คุย ข้าถามคำเดียวเท่านั้น เจ้าจะชดใช้อย่างไรที่ใช้คำสาปร่วมใจกับจัวจวินเยวี่ย!” ฮุ่นหยวนจื่อแค่นเสียง ถามออกมาซึ่งๆ หน้า
หัวใจของผู้นำตระกูลหลัวหนักอึ้งจมดิ่ง ใบหน้ากลับยิ้มแย้ม “คำสาปร่วมใจอะไร ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังพูดอะไร ท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า จวินเยวี่ยกับลูกสาวของข้ารักใคร่ชอบพอ ข