แล้วถาม สายตาจับจ้องไปที่พ่อของพวกเขา
“เรื่องนี้เดี๋ยวข้าค่อยอธิบายให้พวกเจ้าฟัง” ผู้นำตระกูลหลัวเอ่ยเสียงเข้ม สายตาจับจ้องจัวจวินเยวี่ย ถามเสียงขรึม “จัวจวินเยวี่ย เจ้าหมายความว่าอย่างไร ตอนนี้นึกเสียใจแล้วสินะ เจ้าอย่าลืม ตอนแรกเจ้าเป็นคนขอร้องจะแต่งงานกับลูกสาวของข้าเอง!”
“ฮ่าๆๆๆๆ!”
จัวจวินเยวี่ยยังไม่ทันเอ่ยปาก ฮุ่นหยวนจื่อก็หัวเราะดังลั่นอย่างไม่ไว้หน้า “น่าอับอายขายหน้านัก เจ้าไม่อาย ข้ากลับรู้สึกอายแทนเจ้าแล้ว”
ฮุ่นหยวนจื่อเงียบไปครู่หนึ่ง เหล่มองผู้นำตระกูลหลัวที่หน้าเขียวคล้ำไปแล้วแวบหนึ่ง “เจ้าไม่ดูเสียบ้างว่าเจ้าหนูของข้าเป็นคนอย่างไร ขอร้องจะแต่งงานกับลูกสาวของเจ้า พูดออกมาได้ไม่กระดากลิ้นเสียบ้าง”
คุณหนูหลัวสี่ได้ยินก็เดือดดาล “เจ้าเป็นใคร! กล้ากำเริบเสิบสานในตระกูลหลัวของข้า!”
ตาเฒ่าแค่นเสียง ขณะกำลังจะพูด ก็ได้ยินเสียงของเฟิ่งจิ่วดังมาจากข้างหลัง
“คุณหนูหลัวสี่”
เฟิ่งจิ่วอุ้มห้าวเอ๋อร์เดินออกมาจากข้างใน นัยน์ตาสุกใสจับจ้องไปยังหญิงสาวหน้าตางดงามในชุดกระโปรงสีแดง
………………………………….