ประโยชน์แค่เพียงทำลายค่ายกล ฟังประโยคสุดท้ายของเขา เธอตอบว่า “ไหนว่าตามหลังข้าอยู่ตลอดไม่ใช่หรือ เหตุใดเดินไปเดินมาท่านก็หายไป”
“หมอกหนาเกินไป ข้าเดินตามเจ้าอยู่ตลอด แต่ใครจะรู้สัตว์ปีศาจกลายร่างเป็นเจ้า หากไม่ใช่ข้าตอบสนองเร็วคงตกหลุมพรางไปแล้ว”
เขาตบหน้าอกตนเอง ท่าทางเหมือนยังไม่หายตกใจ “เจ้าไม่รู้หรอก พอเห็นใบหน้าของเจ้ากลายเป็นใบหน้าอันบิดเบี้ยวกระหายเลือดของสัตว์ปีศาจนั่น ข้าตกใจแทบตาย”
เฟิ่งจิ่วเหล่มองเขาแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “พอข้าเห็นว่าท่านหายไปก็ตามหาท่านไปทั่ว เจอกับสัตว์ปีศาจที่กลายร่างเป็นท่านด้วยเหมือนกัน” เอ่ยจบ เธอมองพิจารณาสถานที่แห่งนี้อย่างครุ่นคิด ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่
“อะไรนะ เจ้าก็เจอเหมือนกันหรือ อย่างนั้นเจ้าดูออกได้อย่างไร ไม่ได้บาดเจ็บกระมัง” เขาตกใจ รีบสังเกตเธอรวมถึงห้าวเอ๋อร์ที่อยู่ในอ้อมแขนของเธอ
“สัตว์ปีศาจตนนั้นคงเห็นว่าห้าวเอ๋อร์ตัวขาวนุ่มนิ่มน่ากินมากกว่า จึงบอกให้ข้าส่งห้าวเอ๋อร์ให้มันอุ้ม ข้าจึงซ้อนแผนฉวยโอกาสตอนมันไม่ทันตั้งตัว ฆ่ามันในดาบเดียว”
เฟิ่งจิ่วเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เธอหยุดพูดไปครู่หนึ่ง เหล่มองตาเฒ่า เอ่ยว่า “ในนี้ไม่ได้มีเพียงวิญญาณ ยังมีสัตว์ปี