กประหลาดมาก ปีนั้นข้าเคยมาครั้งหนึ่ง หลงทางอยู่ในนี้แล้ว ถูกขังอยู่นานหลายเดือนกว่าจะได้ออกไป” เขาตะโกนบอกเฟิ่งจิ่ว พลางเดินตามไปติดๆ
“ท่านก็ช่างมีความสามารถ ถูกขังอยู่ในนี้ตั้งหลายเดือนยังกล้าพูดออกมาอีก”
“ข้ากำลังเตือนเจ้า ให้เจ้าระวังตัวหน่อย”
ทั้งสองเดินไปพลาง คุยไปพลาง หมอกหนาที่ค่อยๆ จางไปเริ่มก่อตัวกลับมาบดบังสายตาอีกครั้ง หลังจากที่เงาร่างของพวกเขาหายลับเข้าไปในหมอก ห่างออกไปไม่ไกลข้างหลัง ดวงตาสีแดงเลือดคู่หนึ่งพลันปรากฏ จ้องมองเงาร่างที่ค่อยๆ หายลับเข้าไปในกลุ่มหมอกสองร่างนั้น
สองคนที่เดินไปข้างหน้าราวกับรับรู้ได้พร้อมกัน หยุดเดินและหันไปมองข้างหลังโดยไม่ได้นัดหมาย ปล่อยดวงจิตกวาดสำรวจออกไปในพริบตา เพียงแต่ไม่เจออะไรเลย
“รู้สึกเหมือนมีคนจ้องพวกเราอยู่ใช่หรือไม่” ฮุ่นหยวนจื่อถาม จ้องมองเบื้องหน้าที่ขาวโพลนไปทั้งแถบ พลางถามเฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างๆ
“ใช่ รู้สึกเหมือนมีคนมอง แต่กลิ่นอายนั้นสัมผัสได้ ตอนนี้กลับเหมือนว่าหายไปอีกแล้ว” เธอเอ่ยเสียงเบา อุ้มห้าวเอ๋อร์ที่หยุดร้องไห้แล้ว อีกมือหนึ่งตบหลังเขาเบาๆ
“ระวังหน่อย ที่นี่มีปัญหาจริงๆ” ตาเฒ่าเอ่ยย้ำอีกครั้ง
“ข้ารู้”
เฟิ่งจิ่วรับคำ เดินไปข้างหน