อบๆ ตอบว่า “ไม่ใช่หิวอีกแล้ว แต่แถวๆ นี้มีสิ่งสกปรกอยู่” เธอเงยหน้ามองท้องป้า ตอนนี้ฟ้ายังไม่มืด กลิ่นอายรอบข้างกลับเย็นเยียบลงไปหลายส่วนแล้ว
กิ่งไม้ไหวเอนเบาๆ ใบไม้เสียดสีส่งเสียงสวบสาบ ในตอนนี้เอง เสียงโหยหวน เสียงกรีดร้องอันเล็กแหลมและรุนแรงพลันดังก้องทั่วผืนป่า
“ตายเสียเถอะ!”
ขณะที่เสียงนั้นดังขึ้น เธอยกมือปิดหูของเด็กน้อย สายตาเกรี้ยวกราดตวัดมองไปรอบๆ เห็นเพียงเงาร่างเลือนรางหลายร่างปรากฏในกลุ่มหมอก หลอมรวมกับหมอกหนาเหล่านั้น ยากแยกแยะ
“ดูท่าสิ่งสกปรกพวกนี้ยังมีกันไม่น้อยเสียด้วย!” ตาเฒ่าที่อยู่ข้างๆ กล่าวขึ้น สองมือตวัดโบก กระแสพลังขุมหนึ่งพุ่งออกจากแขนเสื้อของเขา ปัดเป่าหมอกหนาที่อยู่รอบๆ ให้จางไปไม่น้อย
เมื่อหมอกหนาจางไป ก็ทำให้เงาร่างเลือนรางพวกนั้นปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาสองคน เฟิ่งจิ่วมองเงาร่างเหล่านั้นแวบหนึ่ง อุ้มเด็กตะโกนบอกว่า “ตาเฒ่า ท่านระวังตัวด้วย”
“หมายความว่าอย่างไร” ฮุ่นหยวนจื่ออึ้งงัน ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เธอถึงบอกให้เขาระวังตัว พวกเขาสองคนล้วนถูกล้อมไว้ หากระวังตัวก็ต้องระวังด้วยกันทั้งสองคนนี่นา! ทว่าไม่นาน เขาก็เข้าใจว่าเฟิ่งจิ่วหมายความว่าอย่างไรแล้ว
“อ๊าก!”
วิญญ