ยท่านบอกให้เจ้าไปด้วยเหมือนกัน” เหลิ่งซวงบอกเขา
เหลิ่งหวาพยักหัว “ได้ อย่างนั้นพวกเราไปด้วยกันเถอะ!” จากนั้นก็เดินไปที่ลานสวนข้างหลังพร้อมกับพี่สาวของเขา
ลานสวนข้างหลัง ฮุ่นหยวนจื่อเห็นเฟิ่งจิ่วที่กำลังนั่งปัดแขนเสื้อเบาๆ ที่ข้างโต๊ะ รีบก้าวเข้าไป นั่งลงอย่างผ่าเผย “เรื่องราวในหนึ่งปีที่ผ่านมาของเจ้าเหลิ่งหวาเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว ไม่ง่ายเลยนะ! ถูกส่งไปสถานที่แบบนั้นแล้วยังออกมาได้ สมแล้วที่เป็นเฟิ่งจิ่ว”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม “เล่าให้ฟังหมดแล้วหรือ อย่างนั้นข้าก็ไม่ต้องเล่าอีกรอบแล้ว” เธอยกชาขึ้นจิบล้างลำคอหนึ่งคำ ถามว่า “ท่านมาหาข้ามีเรื่องอะไร”
“ใช่แล้วๆ ดูความจำข้าสิ ครั้งนี้ที่มาหาเจ้าเพราะข้ามีเรื่องด่วนจริงๆ”
ฮุ่นหยวนจื่อกล่าว มองเฟิ่งจิ่วที่ท่าทางเรียบเฉยไม่สะทกสะท้าน คำพูดที่มาถึงริมฝีปากกลับเปลี่ยนไปทันควัน กลายไปถามเรื่องอื่นอีก “ข้าถามเจ้าก่อน เรื่องของกวนสีหลิ่นพี่ชายเจ้า เจ้าคิดจะจัดการอย่างไร เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่จนรู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองไปแล้วนะ”
เธอยิ้มๆ ตอบว่า “ข้าให้คนออกไปตามหาแล้ว เรื่องของเขาไม่ต้องเป็นห่วงนักหรอก”
“อย่างนั้นหรือ งั้นตอนนี้เจ้าปลีกตัวไปได้หรือไม่” ชายชราถาม
เ