เลเล็กน้อย มองนายท่าน ก่อนเอ่ยว่า “นายท่าน ได้ยินมาว่าภูตหมอเฟิ่งจิ่วก็คือเฟิ่งซิง เรื่องนี้นายท่านคิดเห็นว่าอย่างไร”
ได้ยินคำถาม อี้ซิวหร่านขมวดคิ้ว เงียบไปครู่หนึ่ง “เฟิ่งซิงคือบุคคลผู้มีดวงชะตายิ่งใหญ่ คนที่อยู่ข้างกายนางล้วนได้รับผลดีไม่ว่ามากหรือน้อย อีกอย่าง คนอย่างนี้ ดีที่สุดอย่าเป็นศัตรูด้วย”
ชายชราเหลือบมองนายท่านแวบหนึ่ง ลอบคิดในใจ เหตุใดเขาจึงรู้สึกว่าคำพูดสุดท้ายของนายท่านคือสิ่งที่เขาอยากพูดที่สุดกันนะ
ไม่เป็นศัตรู เช่นนั้นก็เป็นมิตร
“นายท่าน ภูตหมอคงยังไม่รู้กระมังว่าท่านคือเจ้าวิหารราตรี” จู่ๆ ชายชราก็โพล่งถามออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
อี้ซิวหร่านหน้าเปลี่ยนสี ก่อนยิ้มเอ่ยว่า “ไม่รู้ แล้วอย่างไรเล่า” เขาสะบัดชายเสื้อ พูดขึ้นว่า “เอาละ เรื่องข้างล่างมอบหมายให้เจ้าไปจัดการ ข้าเองก็ควรจะไปดูที่หอยาสวรรค์สักหน่อย”
นี่ก็รอนางมาหนึ่งปีแล้ว ในที่สุดก็กลับมา
“นายท่าน นายท่าน…” ชายชราร้องเรียก แต่กลับเห็นเขาสาวเท้ายาวเดินออกไป ไม่นานก็หายลับไปจากครรลองสายตา…
เห็นอย่างนี้ชายชราอดส่ายหัวไม่ได้ “ท่าทางเช่นนี้ เห็นชัดว่าโดนพิษของภูตหมอเฟิ่งจิ่วเข้าแล้วก็ยังไม่ยอมรับ”
………………………………….