่นหยวนจื่อ ขณะกำลังจะถอยออกไป ก็ได้ยินเสียงประหลาดใจของเขาดังมา
“เจ้าก็คือผู้แซ่ไป๋ชื่ออะไรแล้วนะ จากสำนักตะวันฉาย” ฮุ่นหยวนจื่อเคาะสมองทำท่าคิด ผ่านไปครู่หนึ่งก็ยังนึกชื่อนั้นไม่ออก
“ผู้อาวุโส ผู้น้อยไป๋ชิงเฉิงเจ้าค่ะ” นางก้มหน้าตอบอย่างมีมารยาท
“อ้อ ชื่อไป๋ชิงเฉิงหรือ มาๆ เงยหน้าให้ข้าดูหน่อย” ฮุ่นหยวนจื่อยิ้มตาหยีเอ่ย
ไป๋ชิงเฉิงลังเลเล็กน้อย เวลานี้ ก็ได้ยินเสียงของเหลิ่งหวาดังมา
“ผู้อาวุโสฮุ่นหยวนพูดเจ้าไม่ได้ยินหรือ เงยหน้าให้ผู้ผู้อาวุโสดูหน่อย” น้ำเสียงของเหลิ่งหวาเรียบเฉย แตกต่างจากความอ่อนโยนในยามปกติ
ก็ไม่แปลก รู้ว่าไป๋ชิงเฉิงผู้นี้เคยทำให้นายท่านลำบากใจ ซ้ำยังคิดเล่นงานนายท่านอีก เขาจะมีสีหน้าดีๆ ให้นางดูที่ไหนกัน!
“เจ้าค่ะ” ไป๋ชิงเฉิงหน้าซีดเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้น เพียงแต่ เวลานี้นางรู้สึกตกต่ำอัปยศ
นางที่เคยเป็นหญิงสาวผู้สูงส่งทะนงตน ยโสโอหังอย่างยิ่ง เวลานี้ กลับต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ถูกสั่งให้เงยหน้าก็ต้องเงยหน้า ความรู้สึกอัปยศนี้ มีเพียงนางที่เคยสัมผัสด้วยตนเองจึงรับรู้ได้ถึงความอดสูนั่น
“หึๆๆ หน้าตาไม่เลว นับว่าไม่ผิดต่อชื่อชิงเฉิง เพียงแต่ เทียบกับแม่หนูเฟิ่งยังห่างกันอีก