ไกล” ฮุ่นหยวนจื่อยกชาขึ้นจิบ พลางหันไปเอ่ยกับไป๋ชิงเฉิงอย่างวิพากษ์วิจารณ์
นางปรับสีหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ชิงเฉิงเป็นเพียงบ่าวรับใช้ของนายท่าน ย่อมไม่อาจเทียบกับนายท่านได้อยู่แล้ว”
“ข้าจะบอกให้เจ้าแล้วกัน! เจ้าก็อย่าวางมาดคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋กับฐานะศิษย์สำนักตะวันฉายไม่ลงนักเลย ติดตามแม่หนูเฟิ่งจิ่วได้ก็ถือว่าเป็นโชคของเจ้า ขอแค่เข้าตานาง นางไม่เอาเปรียบเจ้าแน่ ทำงานให้ดีเถอะ!”
ได้ยินอย่างนั้น ไป๋ชิงเฉิงอดมองฮุ่นหยวนจื่อแวบหนึ่งไม่ได้ รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมา เผยรอยยิ้ม “เจ้าค่ะ ขอบคุณผู้อาวุโสที่สั่งสอน ผู้น้อยจะไม่ทำให้นายท่านผิดหวังแน่นอน”
เหลิ่งหวาที่อยู่ด้านหนึ่งอดมองนางแวบหนึ่งไม่ได้ เห็นสีหน้านางไม่เหมือนเสแสร้ง นัยน์ตาไหวระริก เอ่ยว่า “เจ้าถอยไปก่อนเถอะ!”
“เจ้าค่ะ” นางคารวะ ก่อนจะถอยออกไป
“พ่อหนุ่มเหลิ่งหวา เจ้ามานี่ๆ นั่งลงๆ บอกข้าสินายท่านของเจ้ากลับมาได้อย่างไร นางหายตัวไปก็หนึ่งปีแล้ว หนึ่งปีนี้ไปทำอะไรมา”
………………………………….