ดจึงออกมาจากข้างในนั้นได้
เฟิ่งจิ่วเดินเอามือไขว้หลังออกมา นัยน์ตาสุกใสเหล่มองพวกเขาอย่างเย็นชา จากนั้นก็ตวัดมองไปข้างหลัง สายตาจับจ้องไปที่ประตูใหญ่ที่ถูกทุบตีจนเป็นรอย น้ำเสียงเย็นใสแฝงกลิ่นอายทรงพลังเปล่งออกจากปากของเธอ
“ทหาร!”
เธอตะโกนเสียงเย็น ไม่นานก็เห็นทหารยี่สิบกว่าคนกรูออกมาจากจวนเฟิ่ง สี่สิบคนนั้นจ้องมองเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาเร่าร้อนและเปี่ยมไปด้วยความเคารพ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพรียง “คารวะนายท่าน!”
คนสามสิบกว่าคนนั้นที่รุมล้อมอยู่หน้าประตูจวนเฟิ่งเมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ก็อดตะลึงไม่ได้ ต่างถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ ขณะเดียวกันก็จ้องพวกเฟิ่งจิ่วด้วยความระแวดระวัง หนึ่งในนั้นถามขึ้น “พวกเจ้าจะทำอะไร”
“ทำอะไรงั้นหรือ”
เฟิ่งจิ่วกระดกมุมปาก เผยรอยยิ้มเย็นชาชั่วร้ายออกมา เพียงแต่ รอยยิ้มนี้กลับไปไม่ถึงดวงตา เธอไม่ยิ้มยังดี เมื่อยิ้ม กลับยิ่งทำให้หัวใจของสามสิบกว่าคนนั้นหนักอึ้งจมดิ่ง เริ่มมีสังหรณ์ใจผุดขึ้นมารางๆ
“ชดใช้”
สามสิบกว่าคนนั้นเมื่อได้ยินเธอพูดคำว่าชดใช้ออกมา ต่างก็นิ่งอึ้ง “ชะ ชดใช้ ชดใช้อะไร” พวกเขายังตั้งสติไม่ได้
“ชดใช้อะไร”
เฟิ่งจิ่วยิ้มเย็น เหล่มองพวกเขาแวบหนึ่ง “พวกเจ้าคงไม่