หลิ่นได้รับจดหมายแล้วบอกว่าจะออกไปสักครั้ง แต่เมื่อไปแล้วก็ไม่กลับมาอีก แม้พวกข้าจะส่งองครักษ์เฟิ่งออกไปตามหาก็ไร้ข่าวคราวของเขา กระทั่งหลายเดือนต่อมา กลับมีข่าวหนึ่งแพร่ออกมา” เล่ามาถึงตรงนี้ เขาก็เงียบไป
“ว่าต่อไป” เฟิ่งจิ่วเอ่ยขึ้น เอาสุราออกจากห้วงมิติมาดื่ม สายตาลึกซึ้งเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
“มีข่าวลือบอกว่าไม่รู้เพราะอะไรกวนสีหลิ่นลงมือกับคนของสี่สำนักเซียนใหญ่ เขาฆ่าคนที่มีตำแหน่งไม่ธรรมดาในสำนักของคนพวกนั้น นอกจากนี้ ยังเล่นงานคนของตระกูลใหญ่บางตระกูลอย่างต่อเนื่องด้วย ก่อให้เกิดความโกรธแค้นจากทุกฝ่าย ฝูงชนเรียกร้องความเป็นธรรม”
เขามองนายท่านแวบหนึ่ง เห็นสีหน้ายังคงเหมือนเดิม มองไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ จึงเอ่ยว่า “พวกข้าล้วนคิดว่าเรื่องนี้ผิดปกติ ด้วยอุปนิสัยของกวนสีหลิ่นไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้ได้ เพียงแต่ พวกเราตามหาเขาเกือบหนึ่งปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยเจอเบาะแสของเขาเลย กลับได้ยินแต่ข่าวลือที่ว่าเขาสังหารคนไปทั่วแพร่ออกมาเรื่อยๆ”
เฟิ่งจิ่วนั่งฟังเรื่องราวเหล่านี้ นัยน์ตาไหวระริก ถามว่า “ตอนนี้โม่เฉินอยู่ที่ไหน”
“พักนี้เขาอยู่ที่หอยาสวรรค์ตลอด เพราะมีหลายกลุ่มอำนาจกำลังจ้องเล่นงานหอ