จิ่วโบกมือ เสียงเนิบนาบเปล่งออกจากปาก แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายพลังวิญญาณ ลอยกระทบโสตประสาทของทุกคนอย่างชัดเจน เธอช้อนตามองแวบหนึ่ง สิ่งที่ปรากฏในครรลองสายตา ล้วนเป็นหัวคนที่เบียดเสียดแน่นขนัด จำนวนทั้งหมดของคนในนี้ มีประมาณสองพันกว่าคน
“ขอบคุณนายท่าน” ทุกคนรับคำ ก่อนจะลุกขึ้นยืน แต่ละทีมต่างถอยออกไป ยืนเฝ้าเงียบๆ อยู่บริเวณรอบๆ
ผู้อาวุโสกู่ที่ยืนอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่วส่งสัญญาณเล็กน้อย ก็มีผู้ฝึกตนสองคนยกโต๊ะตัวหนึ่งวางไว้ข้างหน้าเฟิ่งจิ่ว ไม่นาน ก็เห็นเธอหยิบของออกมาอย่างไม่รีบร้อน วางไว้บนโต๊ะตัวนั้น
แม้แต่ชางฉิงที่อยู่ด้านหนึ่งก็รู้สึกแปลกใจ ไม่รู้ของสิ่งนั้นของเธอเอาไว้ใช้ทำอะไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนอื่นเลย
“ชางฉิง เริ่มเถอะ!” เฟิ่งจิ่วสั่งการ
ได้ยินอย่างนั้น ชางฉิงมายืนด้านหนึ่งของโต๊ะ หันไปมองฝูงชนในเมือง เอ่ยว่า “วันนี้ทุกคนที่มาที่นี่ล้วนรู้ว่ามาเพราะอะไร อย่างนั้นก็จะไม่เสียเวลาแล้ว เริ่มเถอะ! เริ่มจากคนที่มีพลังแข็งแกร่งก่อน”
เสียงของเขาดังเข้าหูของทุกคน หลังจากที่ทุกคนได้ยินประโยคนี้ ผู้ฝึกวิชามารที่มีพลังอยู่ในระดับผู้อาวุโสเซียนซึ่งยืนอยู่ข้างหน้ามองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวออกมาทีละคน หย