ุดยืนอยู่ตรงหน้าเฟิ่งจิ่ว
“เจ้าเมืองเฟิ่ง แม้นายท่านเซียวเหยาจะเคยบอกเรื่องพวกนั้นแล้ว แต่พวกข้ายังอยากได้ยินจากปากของท่านเอง พวกข้าจึงจะวางใจ” จอมมารคนหนึ่งเรียกร้อง สายตาจับจ้องไปที่ดวงหน้างามล้ำเลิศของเฟิ่งจิ่ว
แม้ดวงหน้าของนางจะงามล้ำ ใต้หล้าหาได้ไม่กี่คน แต่มองดูใบหน้านี้ของนาง นึกถึงวิธีการและความโหดเหี้ยมของนาง พวกเขากลับไม่กล้าคิดเป็นอย่างอื่นเลยแม้แต่น้อย
เฟิ่งจิ่วเหล่มองผู้ฝึกวิชามารระดับผู้อาวุโสเซียนกลุ่มที่อยู่ข้างหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน สายตาตวัดมองไปข้างหลังพวกเขา น้ำเสียงเย็นใสแฝงกลิ่นอายพลังวิญญาณรวมถึงแรงกดดันเปล่งออกจากปากของเธอ
“ขอเพียงพวกเจ้าถอดดวงวิญญาณมอบให้ข้า ภายหน้าหากไม่สังหารผู้บริสุทธิ์ ไม่กระทำชั่วทั่วทิศ ข้าก็ย่อมจะไม่เอาชีวิตพวกเจ้า แต่หากข้ารู้ว่าพวกเจ้าสังหารผู้บริสุทธิ์ เป็นผู้กระทำชั่วไปทั่วทิศ ข้าเฟิ่งจิ่วขอประกาศไว้ ณ ตอนนี้ที่นี่ แม้อยู่ไกลจะไปตามล่า!”
เสียงของเธอแฝงแรงกดดัน ทรงพลังน่าครั้นคร้าม ฝูงชนที่ได้ยินประโยคนั้น เวลานี้ต่างก๊อกสั่นขวัญผวา ไม่มีใครสงสัยว่าที่เธอพูดนี้เป็นเพียงคำพูดข่มขวัญ แต่พวกเขาเชื่อโดยสัญชาตญาณ ภายหน้าหากพวกเขาสังหารผู้บริสุท