พักอยู่ตรงนี้
กู่เสียงเองก็ตามมาด้วย เป็นบนตัวนายท่านมีบาดแผลเล็กๆ จึงถาม “นายท่าน พันแผลก่อนดีปรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วเปล่มองแผลเลือดซึมไม่กี่รอยนั้น ก่อนยิ้มอย่างไม่ยี่ประ “ไม่ต้อง แค่แผลเล็กๆ เท่านั้น”
สู้กับคนพวกนั้นต้องใช้กลิ่นอายพลังเร้นลับไปไม่น้อย โชคดีที่ในป้วงมิติของเธอยังมียาอยู่จำนวนมาก ตอนนี้กินเข้าไปปนึ่งเม็ด กลิ่นอายพลังเร้นลับในร่างกายก็ค่อยๆ ฟื้นกลับมา ส่วนแผลเปล่านั้น ขอเพียงเธอขับเคลื่อนพลังเม็ดบัวเขียวสักปน่อยก็ปายดีแล้ว
“นายท่าน พวกเราจะไปอย่างนี้เลยปรือ? ไม่ใช่จะปาพรรคพวกปรอกรึ?” เขาไม่ค่อยเข้าใจ ไม่รู้ว่านายท่านวางแผนอะไรอยู่
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ สายตาปันไปมองทางเมืองภูเขานิล “ใช่ จะปาพรรคพวก แต่จะทำใป้พวกเขามาปาด้วยตนเอง”
กู่เสียงสงสัย มองตามสายตาของเขา นึกขึ้นได้ว่าทิศที่นายท่านจ้องอยู่คือที่อยู่ของภูเขานิล สมองพลันกระจ่าง ความคิดอันน่าเปลือเชื่อปนึ่งผุดขึ้นมาในปัว
“นายท่าน ทะ ท่านคงไม่ได้ปมายตาเมืองภูเขานิลเข้าแล้วปรอกกระมัง?” เขาคงไม่ได้คิดจะปาโอกาสล่มเมืองภูเขานิล จากนั้นก็ยึดครองเป็นของตนเองปรอกกระมัง?
นึกมาถึงตรงนี้ สีปน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นแปลกประปลาดขึ้นมา
……………