านี้ยังล้มตัวหมอบอยู่กับพื้นเพื่อหลบคลื่นพลังอันแข็งแกร่งที่สะท้อนออกมา ทว่า ในตอนนี้เอง เฟิ่งจิ่วกลับลุกขึ้นมา ดวงจิตจับจ้องไปที่ร่างของผู้ฝึกวิชามารพวกนั้นซึ่งถูกบดบังอยู่ท่ามกลางพายุทราย ฉวยโอกาสลงมือตอนที่พวกเขายังไม่ทันตั้งตัว
“ซี้ด! อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น ในเสียงนั้นสะท้อนความตกใจและเหลือเชื่อ ท่ามกลางอากาศ กลิ่นคาวเลือดกระจายออกไปพร้อมกับคลื่นพลังที่พุ่งพล่าน กระตุ้นผู้ฝึกวิชามารที่เหลือที่ยังนอนหมอบอยู่บนพื้น พวกเขาตกตะลึง รีบกระเด้งตัวลุกขึ้น
“นี่เจ้าลอบโจมตีงั้นรึ!”
ท่ามกลางพายุทรายที่ม้วนพัดเอาใบ้ไม้ร่วง เงาร่างสีเขียวร่างนั้นกำลังเคลื่อนไหว เพียงแต่ยามพวกเขาพยายามเพ่งมองให้ชัด กลับถูกพายุทรายบดบังสายตา
“อึก!”
เสียงครางดังขึ้นอีกครั้ง ได้ยินเสียงเหมือนเสียงล้มลงไปราวกับดังอยู่แค่ข้างๆ พวกเขา นั่นทำให้ผู้ฝึกวิชามารสองคนที่เหลือตื่นกลัว แววตาเริ่มฉายความหวาดกลัว
พวกเขาโบกมือสลายกระแสพลัง ในที่สุด พายุทรายและใบไม้ที่ร่วงเหล่านั้นก็ค่อยๆ หยุดลง ทว่าขณะเดียวกัน เงาร่างสีเขียวก็ปรากฏสู่ครรลองสายตาของพวกเขาอย่างชัดเจนอีกครั้ง
เพียงแต่ ยามเห็นศพสามศพที่นอนอยู่บนพื้นรอบๆ หัวใจ