้เรียกข้า ข้าจะใส่ยาขับไอเย็นลงไปเพิ่มหน่อย”
“ได้ ได้” หญิงวัยกลางคนรับไปอย่างดีใจ ของอย่างข้าวสารวิญญาณ พวกเขาไม่เคยได้กินอีกเลยตั้งแต่เข้ามาที่นี่
“มีเนื้อที่ย่างสุกแล้วไม่ใช่หรือ? เอาออกมาให้พวกเขารองท้องก่อน” เฟิ่งจิ่วหันไปมองชายฉกรรจ์กลุ่มนั้น ลอบทอดถอนใจ ระดับวรยุทธ์ขนาดนี้ กลับมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ตกอับขนาดนี้ ช่างแปลกเสียจริง
“มาๆ มาทางนี้ให้หมด เหยื่อที่พวกเราล่าได้ครั้งนี้ล้วนเป็นฝีมือนายท่าน มีมากพอให้พวกเรากินไปได้อีกนาน” ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นตะโกนบอก จากนั้นก็เอาเนื้อที่ย่างเสร็จแล้วออกจากห้วงมิติมาหั่นแจกให้ทุกคน
นานแล้วที่ไม่ได้กลิ่นหอมของเนื้อ เห็นเนื้อย่างสัตว์อสูรตัวใหญ่ถูกวางอยู่ตรงหน้าพวกเขาอย่างนั้น ทั้งเด็กเล็กเด็กใหญ่ต่างก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ แววตาเป็นประกายขึ้นมา ส่วนผู้ใหญ่พวกนั้นต่างก็เผยยิ้มดีใจออกมา
“เนื้อของสัตว์ร้ายนี้มีพลังวิญญาณต่อนข้างเข้มข้น ร่างกายของเด็กๆ ยังอ่อนแออยู่ ไม่เหมาะกินเยอะ” เฟิ่งจิ่วเตือนพวกเขา เห็นพวกเด็กเล็กเด็กใหญ่หันมามองเธอตาปริบๆ จึงอธิบายต่อว่า “แต่ละคนกินชิ้นเล็กๆ ก็พอแล้ว อีกเดี๋ยวกินข้าวต้มแล้วค่อยกินเนื้อย่างอีก”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ” แต่