ละคนเมื่อได้ยินอย่างนั้นต่างก็รับคำอย่างดีใจ
ในถ้ำอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนื้อย่าง แต่ละคนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เห็นพวกเขามีความสุขด้วยเรื่องเล็กๆ เช่นนี้ เฟิ่งจิ่วอธิบายไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร
เพราะต้องติดอยู่ที่นี่ ฉะนั้นสิ่งของที่ถือว่าธรรมดาหาได้ง่ายสำหรับคนข้างนอก สำหรับพวกเขากลับกลายเป็นของล้ำค่า สำหรับพวกเขา ความสุขก็คือการได้กินอิ่มหนึ่งมือ ข้าวต้มวิญญาณหนึ่งด้วย หรือเนื้อย่างหนึ่งชิ้น…
หญิงวัยกลางคนสองคนที่ไปต้มข้าวต้มเมื่อครู่กลับมาบอกเฟิ่งจิ่ว “นายท่าน ข้าวต้มได้ที่แล้ว”
เฟิ่งจิ่วเดินตามพวกนางไปที่ถ้ำอีกห้องหนึ่ง เห็นตรงนั้นมีหม้อขนาดใหญ่วางอยู่ ข้าวสารในหม้อถูกต้มจนสุกเหลว กลิ่นหอมฉุยกระจายออกมา
เฟิ่งจิ่วเติมสมุนไพรขับไอเย็นเพิ่มพลังลงไปจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็เติมเกลือเข้าไปอีก สุดท้ายเอ่ยกับพวกนางว่า “ตักให้พวกเขากินกันคละหน่อยเถอะ!”
“เจ้าค่ะ” หญิงวัยกลางคนเผยยิ้ม ก่อนจะหันไปง่วนกับการตักข้าวต้มแจก
เด็กที่อายุน้อยที่สุดกินหมดไปหนึ่งถ้วยอย่างไม่กลัวร้อน จากนั้นถือถ้วยไว้มองเฟิ่งจิ่วอย่างอาลัยอาวรณ์…
………………………………….