ี้ยวอันแหลมคมพุ่งงับเข้ามา
“อ๊าก!”
ผู้ฝึกวิชามารสองคนนั้นนึกไม่ถึงว่าเพิ่งเข้ามาได้ไม่นานก็ถูกฝูงสัตว์ร้ายล้อมโจมตี พวกเขารู้สึกได้เพียงความเจ็บปวดจากการถูกกัดที่แผ่ซ่านมา ต่างแหงนหน้ากรีดร้องโหยหวน
และเพราะแหงนหน้าขึ้น พวกเขาสองคนจึงเห็นเฟิ่งจิ่วกลับดูอยู่เฉยๆ อย่างนั้น ฝูงสัตว์ร้ายพวกนี้ก็ไม่เข้าไปโจมตีเขา ตรงกันข้ามกลับเลือกโจมตีแค่พวกเขาสองคน ทั้งสองทั้งร้อนรนทั้งโกรธแค้น คำรามใส่เขา “เจ้ายังทำอะไรอยู่ข้างบนนั้นอีก? รีบลงมาช่วยสิ!”
เฟิ่งจิ่วใช้มือหนึ่งโอบต้นไม้ยืนอยู่บนนั้น มองผู้ฝึกวิชามารสองคนนั้นถูกฝูงสัตว์ร้ายกัดทึ้ง เธอลูบคลำเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบผลไม้ลูกหนึ่งออกมากัด พลางตะโกนตอบ “ข้างล่างอันตรายขนาดนั้น ข้าคงโง่ถึงจะลงไป” เธอกินผลไม้อย่างสบายใจ มองดูเสื้อผ้าบนตัวสองคนนั้นถูกสัตว์ร้ายข่วนกัดจนฉีกขาด นัยน์ตาไหวระริกเล็กน้อย
ในร่างกายของเธอมีแรงกดดันของสัตว์เทวะโบราณ ขอเพียงเธอปลดปล่อยแรงกดดันนี้ออกไป สัตว์ร้ายที่อยู่ข้างล่างก็ไม่กล้าเข้าใกล้เธอแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกมันจะเลือกโจมตีแต่สองคนนั้นโดยไม่กระโจนใส่เธออย่างนี้หรือ?
ว่ากันว่าผู้มีพรสวรรค์รู้จักชั่งน้ำหนักสถานการณ์ แต่กลับไม่รู