”
ต้วนเยี่ยลุกขึ้น หันไปคารวะกวนสีกลิ่น ก่อนจะตอบว่า “นางเกิดเรื่องแล้ว กลับมาไม่ได้”
จู่ๆ ได้ยินประโยคนี้ กวนสีหลิ่นหน้าเปลี่ยนสี สาวเท้าเข้ามากุมไหล่ของต้วนเยี่ย “เสี่ยวจิ่วเกิดเรื่องแล้ว? เกิดเรื่องอะไรขึ้น? เหตุใดกลับมาไม่ได้? นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
เพราะกวนสีหลิ่นแรงเยอะ ไหล่ของต้วนเยี่ยถูกกุมจนเจ็บ แต่เขากลับไม่ร้อง เพียงมองหน้าพวกเขา ใบหน้าฉายแววรู้สึกผิด “ล้วนเป็นเพราะข้า”
เหลิ่งหวาที่อยู่ด้านหนึ่งสังเกตเห็นสีหน้าของต้วนเยี่ยไม่ค่อยปกติ กอปรกับเห็นสองมือของกวนสีหลิ่นกุมไหล่ของเขาอย่างแรง จึงก้าวเข้าไปเตือนสติกวนสีหลิ่น “ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจ ปล่อยเขาให้เขาพูดรายละเอียดก่อน”
กวนสีหลิ่นสูดหายใจลึกๆ ปล่อยไหล่ต้วนเยี่ย เห็นสีหน้าเขาไม่ค่อยดีจริงๆ จึงเอ่ยว่า “ขอโทษ ข้าเสียกิริยาแล้ว” เงียบไปครู่หนึ่ง ก็มองหน้าเขาแล้วถาม “เจ้าบาดเจ็บใช่หรือไม่?”
ต้วนเยี่ยพยักหน้า นั่งลงข้างโต๊ะ อธิบายว่า “ข้าไม่หายบาดเจ็บจริงๆ เพราะเฟิ่งจิ่วกลับมาไม่ได้ ฉะนั้นข้าจึงต้องเร่งเดินทางมาบอกเรื่องนี้กับพวกท่าน”
………………………………….