ากข้างหลัง ครั้งนี้เธอไม่ได้เลือกหลีกเลี่ยงไม่ต่อสู้ แต่กลับหันหลัง ใช้ดาบใหญ่ในมือตวัดฟันออกไป กลิ่นอายพลังเร้นลับพรั่งพรูออกไปพร้อมกับดาบใหญ่ วาดพลังดาบในรูปแบบประกายแสงเย็นยะเยือกตัดผ่านอากาศ
“ชิ้ง!”
ผู้ฝึกวิชามารคนนั้นตะลึง รีบถอยหลัง แต่ก็ยังคงช้าไปหนึ่งก้าว ท้องถูกพลังดาบสายนั้นเฉือนผ่าน เสื้อผ้าบนตัวฉีกขาด เนื้อหนังปริแตก เลือดสดๆ ไหลทะลัก ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เขาร้องโหยหวน มือหนึ่งกุมแผล ขณะที่ฝีเท้าเซถอยไปข้างหลัง จ้องชายฉกรรจ์ที่หันกลับมาด้วยสายตาระแวดระวัง
ชายฉกรรจ์คนนี้เมื่อกี้ยังไม่เห็นมีกลิ่นอายพลังรอบตัว แต่กลับสามารถระเบิดพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ในพริบตา เพียงการจู่โจมเดียวก็ทำให้เขาบาดเจ็บ นั่นทำให้เขาอดตะลึงพรึงเพริดไม่ได้ พยายามหนีจากบุคคลอันตรายตรงหน้า ด้วยเหตุนี้เขาจึงค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปทีละก้าว
เวลานี้ไฟโทสะของเฟิ่งจิ่วกำลังโหมกระหน่ำ ไฟไร้นามในใจลุกโชติช่วง ยามนี้มีเป้าหมายให้เธอได้ระบายอารมณ์เช่นนี้ ย่อมปล่อยให้หนีไปไม่ได้อยู่แล้ว ฉะนั้นเธอเคลื่อนฝีเท้า ขวางทางหนีของคนผู้นั้น แววตาเยือกเย็นจับจ้องมองผู้ฝึกวิชามารคนนั้น
………………………………….