นก็วางตัวสูงส่งเกินไปแล้ว รู้ทั้งรู้ว่าคืนนี้มีงานเลี้ยง ยังต้องให้คุณหนูใหญ่ลู่ไปเชิญอีก ช่างวางมาดได้…” คนพูดส่ายหน้า
อี้ซิวหรานที่นั่งคนเดียวดื่มสุราอยู่ ได้ยินพวกเขาคุยกันก็ไม่ได้สนใจ เพียงเขย่าสุราในมือเบาๆ อย่างเบื่อหน่าย
“ท่านพ่อ อาจารย์อาต้วนมาแล้ว”
เสียงของลู่ซีเหยียนดังมา ทุกคนหันไปมอง เห็นเพียงลู่ซีเหยียนกับหร่วนหรูเดินอยู่ข้างหน้า ด้านหลังพวกนาง ต้วนเยี่ยกับผู้หญิงหน้าชุดแดงตางดงามล้ำเลิศคนหนึ่งกำลังเดินย่างกรายมาด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อยผ่อนคลาย
ยามเห็นผู้หญิงชุดแดงคนนั้น เหล่าผู้ฝึกตนตะลึงค้าง แววตาตะลึงในความงามพาดผ่านใบหน้าของใครหลายคน
ผู้หญิงคนนี้เป็นใครอีก? เหตุใดเมื่อกลางวันพวกเขาจึงไม่เคยเห็น นางสวมชุดสีแดงทั้งตัว ท่วงท่าสง่างามแฝงแววเกียจคร้าน ดวงหน้าอันงามล้ำและการขับเน้นของเสื้อสีแดง ส่งให้มีกลิ่นอายงามเย้ายวนกระจายอยู่รอบตัว ทำให้พวกเขาไม่อาจละสายตาออกไปได้ รู้สึกเพียงสติสัมปชัญญะสั่นสะเทือน ตะลึงในความงามอย่างไร้ที่เปรียบ
ทว่าไม่นาน พวกเขาก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ผู้หญิงคนนี้ไม่มีกลิ่นอายพลังวิญญาณ หรือว่าเป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น?
เหล่าผู้ฝึกตนแปลกใจ พากันจ้อง