ถึงว่ามอบให้เปล่าๆ
ดูท่า แม้ไม่รู้ว่าภูตหมอเป็นผู้วิเศษมาจากไหน แต่คงจะมีความสามารถอยู่ไม่น้อยจริงๆ
เถ้าแก่ได้ยินเฟิ่งจิ่วว่าอย่างนั้นก็นิ่งอึ้ง ยิ้มเอ่ยว่า “แม่นานงจะไม่รู้ได้เช่นไรว่านายท่านของข้าเป็นใคร?” ขณะกล่าว เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริมว่า “แม้ไม่รู้จริงๆ แต่ในเมื่อนายท่านของข้าบอกว่าเป็นสหาย เช่นนั้นย่อมต้องเป็นคนรู้จัก แม่นางรับสุรานี้ไว้ก็พอ”
เฟิ่งจิ่วยิ้มมุมปาก เอ่ยว่า “นายท่านของเจ้าอยู่ที่นี่กระมัง? ในเมื่อเป็นสหาย เช่นนั้นมีเหตุผลอะไรให้ไม่พบ? ไม่สู้เถ้าแก่ไปบอกเขาสักหน่อย ข้าอยากคุยกับสหายอย่างเขา”
เถ้าแก่ยิ้ม “ได้ อย่างนั้นแม่นางรอสักครู่” เขาค้อมกายแล้วจากไป
ขณะเดียวกัน ในห้องใต้หลังคาของหอไป๋เซียง ผู้ชายสวมหน้ากากในชุดคลุมสีดำกำลังนั่งพิงเฉียงอยู่บนตั่งเตี้ย ในมือควงถ้วยสุราเล่นอยู่ สีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิด ไม่รู้ว่าคิดสิ่งใดอยู่
หากเฟิ่งจิ่วเห็นเขาในตอนนี้ จะต้องจำได้แน่ เขา ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือเจ้าวิหารราตรีผู้นั้นนั่นเอง
“นายท่าน เหตุใดต้องมอบสุราให้ภูตหมอ? นางทำลายเรื่องดีๆ ของเรามากมายแท้ๆ ในเมื่อรู้ว่านางอยู่ที่นี่ เหตุใดไม่หาโอกาสจัดการนางเสีย?” ชายชราท