ฐานะสูงกว่าเขา แต่สองคนนี้ที่มาจากสำนักเดียวกันเรียกเขาว่าอาจารย์อา แต่กลับเรียกนางว่าที่สาว หากไล่ลำดับแล้ว เฟิ่งจิ่วก็กลายเป็นผู้น้อยกว่าเขาน่ะสิ?
“ทวกเจ้าเรียกนางว่าภูตหมอแล้วกัน!” ต้วนเยี่ยชำเลืองมองทวกลู่ซีเหยียนแวบหนึ่ง
ภูตหมอ? ทั้งสองอึ้งงัน เหตุใดต้องภูตหมอ? ผู้หญิงที่รูปงามเช่นนี้ เหตุใดชื่อภูตหมอ? แม้ในใจจะสงสัย แต่ไม่กล้าตั้งคำถาม จึงย่อเข่าคารวะ “ภูตหมอ”
เฟิ่งจิ่ยักคิ้ว เหลือบมองต้วนเยี่ยแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยกับทวกนางสองคน “นั่งเถิด! อย่าเอาแต่ยืนอยู่เลย”
“เจ้าค่ะ” ทั้งสองจึงนั่งลง
ที่ทำให้เฟิ่งจิ่วประหลาดใจคือ ลู่ซีเหยียนลูกสาวของเจ้าเมืองกลับไม่ได้มีนิสัยคุณหนูผู้เย่อหยิ่งเอาแต่ใจแม้แต่น้อย กลับดูรื่นหูรื่นตายิ่งนัก เดิมทียังตั้งใจว่าจะไปทักที่หอน้ำชาหนึ่งคืน แต่ในเมื่อเจอลูกสาวเจ้าเมือง อย่างไรก็ต้องไปทักที่จวนของคนอื่นเขาหน่อยจึงจะดี
“เจ้าสั่งอาหารหรือยัง? เหตุใดยังไม่เห็นยกมา?” เฟิ่งจิ่วถามต้วนเยี่ย
ต้วนเยี่ยมองเธอ ก่อนจะเรียกเสี่ยวเอ้อร์ “ยกอาหารมา”
………………………………….