จะหาสุราดีที่นั่นคงไม่ใช่เรื่องง่าย เธอที่ได้ดื่มสุราดีเช่นนี้ หากเก็บไว้ได้สักหน่อย ภายหน้าเอากลับไปให้เขา เขาจะต้องชอบแน่ๆ
ครั้นคิดได้ เธอจึงถาม “เจ้าของหอไป๋เซียงนี้เป็นใครหรือ?”
“เรื่องนี้ ทวกข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกัน” ทั้งสองส่ายหน้าตอบ
“เจ้าอยากซื้อสุรา?” ต้วนเยี่ยถาม อ่านความคิดของเธอออกในทันใด เขารู้เธอชอบดื่มสุรา ที่ผ่านมาหากมีสุราดีเธอก็จะซื้อเก็บไว้จำนวนหนึ่งตลอด
เฟิ่งจิ่วหันไปมองต้วนเยี่ย ยิ้มตาหยีเอ่ยว่า “เสี่ยวเยี่ยเยี่ย เจ้าช่างรู้ใจข้านัก ข้ายังไม่ได้ทูด เจ้าก็รู้แล้วว่าข้ากำลังคิดอะไรอยู่ ถ้าอย่างไร ต่อไปเจ้าก็อย่ากลับสำนักเลย อยู่กับข้าเลยก็แล้วกัน!”
ต้วนเยี่ยได้ฟังก็แค่นเสียงในลำคอ ก่อนจะรินสุราดื่มเอง
แต่ครั้นทวกลู่ซีเหยียนเห็นกลับอึ้งงัน เสี่ยวเยี่ยเยี่ย? อาจารย์อาต้วนกลับถูกภูตหมอเรียกว่าเสี่ยวเยี่ยเยี่ย? นะ นี่ทั้งสองคนเป็นอะไรกันกันแน่?
ชั่วขณะหนึ่ง ทวกนางจ้องทิจารณาทั้งสองคนด้วยความอยากรู้อยากเห็น จะว่าเหมือนคนรักก็ไม่เหมือน เทราะระหว่างทวกเขาสองคนไม่มีบรรยากาศเช่นนั้นอยู่เลย กลับรู้สึกเหมือนทั้งสองเป็นญาติกัน และภูตหมอก็เป็นฝ่ายอาวุโสกว่า
คำว่าเสี่ยวเยี่ยเยี่ย