เถ้าแก่ยกน้ำชามา จากนั้นก็ถอยไปยืนด้านหนึ่ง
“หอน้ำชาแห่งนี้เปิดอยู่ตรงข้ามหอไป๋เซียง ดูท่าธุรกิจไม่เลว” เฟิ่งจิ่วยกชาขึ้นดื่มพลางถามเสียงเนิบช้า
“เรียนนายท่าน ธุรกิจหอน้ำชาไม่เลว คนมาดื่มชาไม่น้อยเลย ประเด็นที่มาพูดคุยกันยามว่างก็มีมาก” เถ้าแก่ตอบ
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วหยิบถ้วยชาปาดผิวน้ำชาเบาๆ ถามว่า “พักนี้มีข่าวจากวิหารราตรีบ้างหรือไม่?”
“ได้ยินเพียงว่าพักนี้วิหารราตรีกำลังฟื้นฟูอย่างหนัก ออกมาเคลื่อนไหวน้อยมาก อีกอย่างได้ยินว่า พักนี้เจ้าวิหารราตรีเก็บตัวฝึกวรยุทธ์ คล้ายช่วงก่อนที่ได้รับบาดเจ็บยังไม่หายดี”
ครั้นได้ฟังอย่างนั้น มือของเฟิ่งจิ่วชะงักเล็กน้อย บาดเจ็บยังไม่หายดี? ตอนนั้นแม้เธอลงมือไม่เบา แต่พลังและระดับวรยุทธ์ของเจ้าวิหารราตรี น่าจะไม่ถึงขั้นที่ป่านนี้ก็ยังไม่หาย? หรือว่า ตั้งใจปล่อยข่าวออกมาเช่นนี้?
“ข้าได้ยินมาว่าพักนี้ในเมืองมีคนตายหลายคน? รู้หรือไม่ว่าฝีมือผู้ใด?” เธอถามอีก
“นายท่าน เรื่องนี้เหมือนจะเป็นฝีมือของผู้ฝึกวิชามาร ข้าเคยไปดูคนที่ถูกฆ่า ล้วนมีสัญลักษณ์หนึ่งที่เหมือนกัน นั่นก็คือผู้ตายล้วนเป็นผู้ฝึกเซียนหญิง และสภาพการตายเหมือนถูกดูดเลือดจนตาย ศพดูแห้งเหือดมาก