ก็คือจอมมารตาเดียว หนึ่งในสิบจอมมาร”
เธอหันไปมองเขา แล้วกล่าวว่า “สิบจอมมารภายใต้อาณัติของจอมมารปีศาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดา ตอนนี้พลังวิญญาณของข้าถูกผนึก และจากที่ข้าสำรวจวิญญาณของผู้หญิงคนนี้ ช่วงนี้เป็นช่วงที่นัดหมายกับจอมมารตาเดียวไว้พอดี พวกเราจัดการพวกนางแล้วรีบไปจากที่นี่ดีกว่า”
“ได้” ต้วนเยี่ยพยักหน้า หันไปมองรอบๆ บอกว่า “จุดไฟเผาสะดวกที่สุดแล้ว”
ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองใช้สุราเป็นเชื้อเพลิงเพื่อจุดไฟเผาที่นี่ เปลวเพลิงลุกลามไปตามน้ำสุราแรง ขวดเหล้าดองเหล่านั้นก็ระเบิดออกเพราะอุณหภูมิสูง เสียงบึ้มดังก้อง เปลวไฟลุกไหม้สูงเทียมฟ้า แทบจะส่องท้องฟ้าให้สว่างไปกว่าครึ่งแถบ
พวกเขายืนมองจากที่ไกลๆ ที่นั่นอยู่ใต้เนินเขาพอดี เปลวไฟจึงไม่ได้ลุกลามไปไหน กระทั่งบ้านหลังนั้นถูกเผาจนสิ้นซาก เปลวเพลิงก็เริ่มมอดลง พวกเขาจึงค่อยขี่กระบี่บินจากไป…
ตะวันเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า แสงสว่างแรกของวันใหม่สาดส่องผืนดินใหญ่ รุ่งอรุณมาเยือนอย่างเงียบงัน
ต้วนเยี่ยยืนอยู่บนกระบี่บิน มองเฟิ่งจิ่วที่เอนกายหลับตาอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วถามว่า “เจ้าเองก็ดื่มสุราเซียนเมาเข้าไปแล้วแท้ๆ เหตุใดจึงไม่เมา?”
เฟิ่งจิ่วที่หลับตาพักผ่อนได้ยินอย่างน