ั้นก็ยิ้มๆ เธอตอบด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชาโดยไม่ลืมตา “จะเหมือนกันได้อย่างไร? เจ้าไม่ดูเสียบ้างว่าข้าเป็นใคร?”
ได้ยินอย่างนั้นแล้ว ต้วนเยี่ยมุมปากกระตุก “เจ้าคือเฟิ่งจิ่ว เจ้ามันร้ายกาจ” เขาอัดอั้นตันใจ ในเมื่อสุรานั่นคือสุราเซียนเมา แล้วเหตุใดนางจึงไม่เมากันเล่า?
“ถึงได้บอกอย่างไรเล่า คราวหน้าระวังหน่อย ของที่ข้ากินได้ เจ้าใช่ว่าจะกินได้เหมือนกัน” ขณะเอ่ย เธอลืมตาลุกนั่ง ยิ้มบอกว่า “เจ้าว่าเจ้าเรียนอะไรจากสำนักเซียนมาบ้าง? เหตุใดข้าไม่เห็นพัฒนาการอะไรเลย?”
ต้วนเยี่ยที่ได้ยินคำสบประมาทของเธอหน้าบึ้งตึง แต่กลับหาคำมาโต้เถียงไม่ได้ เรื่องครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเขาประมาท แต่เป็นเพราะเขาเชื่อใจนางมากไป และหวังพึ่งพาเธอมากเกินไป เขาคิดว่าหากเธอลองแล้วไม่มีปัญหา และไม่ได้ห้ามเขาก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร
แต่จะว่าไปแล้ว อย่างไรก็ต้องโทษเธอ รู้ทั้งรู้ว่าของนั่นมีปัญหาก็ไม่เตือนเขา เขาที่หันไปมองเธอและกำลังจะอ้าปากพูด เห็นเธอบิดขี้เกียจหรี่ตา นอนคว่ำบนกระบี่บินเชยชมดวงอาทิตย์ที่กำลังลอยตัวพ้นขอบฟ้า ใบหน้างามดูผ่อนคลายสบายอารมณ์ จึงได้แต่กล้ำกลืนคำพูดพวกนั้นลงไป
………………………………….