จายไปทั่วช่องปาก ทำให้เธออดชื่นชมไม่ได้ “สุราดี”
เดิมทีต้วนเยี่ยกังวลว่าหญิงสาวพวกนี้จะวางยาในสุรา แต่พอเห็นเฟิ่งจิ่วก็ดื่มเข้าไปแล้ว เขาจึงวางใจ ยกสุราขึ้นจิบคำหนึ่ง ความรู้สึกยามสุรารสหอมเข้มเข้าปากไม่เลวเลยจริงๆ เขาจึงดื่มอย่างสบายใจ
“มา กินกับข้าวหน่อย นี่ล้วนเป็นฝีมือของลูกสาวทั้งสี่ของข้า” หญิงวัยกลางคนยิ้มเอ่ย คีบอาหารไปกิน พลางบอกให้เฟิ่งจิ่วกับต้วนเยี่ยเริ่มกินได้
ต้วนเยี่ยหันไปมองเฟิ่งจิ่วโดยอัตโนมัติ เห็นเธอหยิบตะเกียบคีบอาหารกิน จึงยกตะเกียบคีบอาหารกินตาม เหล่าหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามด้วยความอยากรู้ว่าพวกเขามาจากไหน? และจะไปที่ใด? พลางคอยรินสุราให้พวกเขาสองคน พูดคุยเคล้าเสียงหัวเราะอ่อนหวาน บรรยากาศรื่นรมย์ผ่อนคลาย
อาหารมื้อหนึ่งกินจนถึงกลางดึก แต่ละคนดื่มไปไม่น้อย ครั้นหญิงสาวพวกนั้นทำท่าจะรินสุราอีก เฟิ่งจิ่วลุกขึ้น โบกมือปฏิเสธ “ไม่ไหวแล้ว ข้าดื่มต่อไม่ได้แล้ว ข้าต้องกลับไปพักสักหน่อย”
เธอในยามนี้ ดวงหน้าแดงผ่าว สายตาดูมึนเมา ท่าทางของเธอเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานมีเสน่ห์อย่างเป็นธรรมชาติ มองจนหญิงวัยกลางคนดวงตาเป็นประกาย
โดยเฉพาะเมื่อเห็นดวงหน้างดงามของเฟิ่งจิ่วดูมึนเมาเล็กน้อย ทุ