เท่านั้น”
หญิงวัยกลางคนได้ยินก็ยิ้ม เอ่ยกับทั้งสองว่า “ต้องขออภัยจริงๆ ที่นี่เหลือห้องว่างแค่ห้องเดียว ห้องอื่นข้ากับลูกสาวใช้เก็บของไปหมดแล้ว”
ต้วนเยี่ยทำได้เพียงยอมแพ้ หันไปเอ่ยกับเฟิ่งจิ่ว “อย่างนั้นเจ้าพักก่อน อีกเดี๋ยวข้าค่อยมา” เอ่ยจบ ก็เดินตามหญิงวัยกลางคนไปที่เรือนข้างๆ
“คุณชาย คืนนี้ท่านพักที่นี่เถิด! ตอนนี้ท่านพักผ่อนไปก่อน ลูกสาวทั้งสามของข้ากำลังไปเตรียมอาหารแล้ว” หญิงวัยกลางคนเอ่ย จ้องเขาด้วยสายตาลึกซึ้ง ก่อนจะหันกายเดินออกไป
ครั้นหญิงวัยกลางคนเดินออกไป ต้วนเยี่ยมองห้องพักรอบหนึ่ง ก่อนจะเดินไปที่ห้องของเฟิ่งจิ่วแล้วเคาะเรียก
“เข้ามา”
เฟิ่งจิ่วกำลังนั่งสางผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เห็นต้วนเยี่ยเข้ามา จึงวางหวีในมือลงหันมามองเขา ยิ้มถามว่า “ทำไม? กลัวแล้วหรือ?”
ต้วนเยี่ยมองเธอแวบหนึ่งแล้วหันไปสำรวจรอบๆ ห้อง จากนั้นก็เดินมานั่งที่โต๊ะ ถามขึ้นว่า “เจ้าว่าพวกนางเป็นใคร?”
………………………………….